เด็กบ้านจนที่เรียนเก่ง 96.71% ฝันมีงานดีกว่าพ่อแม่ แต่ “หัวกะทิ” ของประเทศกว่า 70% ยังเป็นลูกบ้านรวย

เด็กบ้านจนที่เรียนเก่ง 96.71% ฝันมีงานดีกว่าพ่อแม่ แต่ “หัวกะทิ” ของประเทศกว่า 70% ยังเป็นลูกบ้านรวย

PISA 2025 ชี้ เด็กจนไทยไม่ได้ขาดฝัน แต่ขาด “บันได” ที่จะพาไปถึงฝัน

สรุปข่าว

  • นักเรียนช้างเผือก ร้อยละ 96.71 อยากมีอาชีพที่ดีกว่าพ่อแม่ และร้อยละ 91.82 อยากเรียนสูงกว่าพ่อแม่
  • เด็กกลุ่มบ้านจนที่สุด 25% ร้อยละ 85.60 อยากเรียนสูงกว่าพ่อแม่ และร้อยละ 86.85 อยากมีอาชีพที่ดีกว่า
  • แต่ในกลุ่มนักเรียนสมรรถนะระดับสูง มากกว่าร้อยละ 70 มาจากครัวเรือนที่ร่ำรวยที่สุด เด็กบ้านจนที่สุดมีเพียงร้อยละ 2–7
  • ผลจำลองของ กสศ. ชี้ว่า เด็กจนไทยคนเดิม ถ้าได้เรียนในระบบการศึกษาของประเทศอื่น จะได้คะแนนสูงกว่าเรียนในไทย

สำนักข่าวการศึกษาไทย – รายงานฉบับพิเศษ “ถอดรหัสผลประเมิน PISA 2025” ของกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) โดยสถาบันวิจัยเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (วสศ.) พบตัวเลขที่สะท้อนทั้งความหวังและความเจ็บปวดของการศึกษาไทยไปพร้อมกัน เมื่อ “นักเรียนช้างเผือก” หรือเด็กจากบ้านยากจนที่เรียนเก่งระดับหัวแถวของประเทศ ร้อยละ 96.71 ฝันว่าจะมีอาชีพที่ดีกว่าพ่อแม่ และร้อยละ 91.82 อยากเรียนให้สูงกว่าพ่อแม่ แต่เมื่อดูว่าใครได้ขึ้นไปยืนอยู่บนยอดจริง ๆ กลับพบว่า ในกลุ่มนักเรียนที่มีสมรรถนะระดับสูง (ระดับ 5 ขึ้นไป) มากกว่าร้อยละ 70 มาจากครัวเรือนที่มีฐานะร่ำรวยที่สุดของประเทศ ขณะที่นักเรียนจากกลุ่มที่ยากจนที่สุดเหลือเพียงร้อยละ 2–7 เท่านั้น

ตัวเลขในแผนภาพของรายงานระบุว่า ในกลุ่มเด็กเก่งระดับสูง เด็กจากบ้านรวยที่สุดคิดเป็นร้อยละ 73.20 ในวิชาวิทยาศาสตร์ ร้อยละ 72.24 ในคณิตศาสตร์ และร้อยละ 87.12 ในการอ่าน ส่วนเด็กจากบ้านจนที่สุดคิดเป็นเพียงร้อยละ 4.14, 6.95 และ 2.36 ตามลำดับ ทั้งนี้ นักเรียนไทยที่มีสมรรถนะระดับสูงมีไม่ถึงร้อยละ 1 ของทั้งหมด พูดง่าย ๆ คือ เด็กจนฝันสูงที่สุด แต่ได้ไปถึงยอดน้อยที่สุด

“นักเรียนช้างเผือก” คือใคร? (อธิบายแบบเข้าใจง่าย)

ลองนึกภาพว่าเอาเด็กอายุ 15 ปีทั้งประเทศมาเรียงตามฐานะครอบครัว แล้วแบ่งเป็น 4 กลุ่มเท่า ๆ กัน

นักเรียนช้างเผือก คือเด็กที่อยู่ในกลุ่ม “บ้านจนที่สุด” 1 ใน 4 ของประเทศ แต่สอบวิทยาศาสตร์ PISA ได้คะแนนติดกลุ่ม “เก่งที่สุด” 1 ใน 4 ของประเทศ

หรือพูดภาษาชาวบ้านว่า “ช้างเผือกเกิดในป่า” คือเด็กเก่งที่เกิดในครอบครัวที่มีต้นทุนชีวิตน้อย แต่ยังเรียนได้เก่งทัดเทียมเด็กจากครอบครัวที่มีฐานะ ในภาษาอังกฤษเรียกว่า Academically Resilient Students

PISA 2025 พบว่า ในเด็กไทยจากบ้านจนที่สุด มีช้างเผือกอยู่กว่า 17 คน ในทุก 100 คน (ร้อยละ 17) เพิ่มจากร้อยละ 15 ในรอบ PISA 2022 และสูงกว่าค่าเฉลี่ยกลุ่มประเทศ OECD ที่ร้อยละ 12

ยิ่งจน ยิ่งฝันอยากให้ชีวิตดีกว่าพ่อแม่

แบบสอบถามของ PISA 2025 ถามนักเรียนว่าคาดว่าจะเรียนจบระดับไหน และจะทำอาชีพอะไร แล้วนำไปเทียบกับการศึกษาและอาชีพของพ่อแม่ ผลที่ออกมาชัดเจนว่า ยิ่งครอบครัวมีฐานะน้อย เด็กยิ่งตั้งเป้าว่าจะไปให้ไกลกว่ารุ่นพ่อแม่

กลุ่มนักเรียน อยากเรียนสูงกว่าพ่อแม่ อยากมีอาชีพดีกว่าพ่อแม่
บ้านจนที่สุด 25% 85.60% 86.85%
บ้านฐานะปานกลางค่อนล่าง 63.25% 82.03%
บ้านฐานะปานกลางค่อนบน 28.85% 75.73%
บ้านรวยที่สุด 25% 3.01% 41.10%
นักเรียนช้างเผือก 91.82% 96.71%

ที่มา: OECD (2026) ประมวลผลโดย วสศ. กสศ. (แผนภาพที่ 7 รายงานถอดรหัส PISA 2025)

ข้อสังเกตของกองบรรณาธิการ: ตัวเลขของเด็กบ้านรวยที่ต่ำ ไม่ได้แปลว่าเด็กรวยไม่มีความฝัน แต่น่าจะเป็นเพราะพ่อแม่ของเด็กกลุ่มนี้ส่วนใหญ่เรียนสูงและมีอาชีพมั่นคงอยู่แล้ว จึงเหลือที่ให้ “สูงกว่าพ่อแม่” ได้ไม่มาก ในทางกลับกัน สำหรับเด็กบ้านจน การศึกษาคือบันไดหลักเพียงไม่กี่ขั้นที่จะเปลี่ยนชีวิตทั้งครอบครัว

ความฝันที่ “ระบบยังรับไม่ไหว” หมายความว่าอย่างไร

อธิบายแบบเข้าใจง่าย

ลองเปรียบความฝันของเด็กเป็น “ผู้โดยสาร” ที่ยืนรอขึ้นรถไปสู่ชีวิตที่ดีกว่า และระบบการศึกษาเป็น “รถ” ที่ต้องพาพวกเขาไปส่ง

วันนี้เด็กจนยืนรอเต็มป้าย กว่า 8 ใน 10 คนพร้อมจะขึ้นรถ และในกลุ่มช้างเผือกพร้อมแทบทุกคน แต่รถที่วิ่งผ่านหน้าบ้านพวกเขากลับเก่ากว่า ที่นั่งน้อยกว่า และคนขับไม่พอ เมื่อเทียบกับรถที่วิ่งผ่านย่านคนมีฐานะ

“ความฝันที่ระบบยังรับไม่ไหว” จึงหมายความว่า ปัญหาไม่ได้อยู่ที่เด็กไม่ขยันหรือไม่มีเป้าหมาย แต่อยู่ที่โรงเรียน ครู ทรัพยากร และทุนการศึกษา ยังไม่พอจะพาความฝันจำนวนมหาศาลนี้ไปถึงปลายทางได้

รายงานของ กสศ. มีหลักฐานหลายชิ้นที่ชี้ว่า “รถ” ของเด็กจนยังไม่พร้อม ได้แก่

  • โรงเรียนขาดของ: ข้อมูลจากแบบสอบถามผู้บริหารโรงเรียนชี้ว่า นักเรียนไทยประมาณ 1 ใน 3 เรียนในโรงเรียนที่มีข้อจำกัดด้านทรัพยากร โดยด้านที่ขาดแคลนสูง ได้แก่ วัสดุการเรียนการสอน ร้อยละ 39.06 และทรัพยากรดิจิทัล (เช่น คอมพิวเตอร์ อินเทอร์เน็ต แพลตฟอร์มการเรียนรู้) ร้อยละ 37.46 เด็กในโรงเรียนเหล่านี้มีแนวโน้มได้คะแนนวิทยาศาสตร์น้อยกว่า 17–32 คะแนน เทียบเคียงได้กับ 0.85–1.6 ปีการศึกษา
  • เด็กชนบทตามหลังเด็กเมือง: ด้านการอ่านและวิทยาศาสตร์ เด็กโรงเรียนชนบทได้คะแนนน้อยกว่าเด็กโรงเรียนในเมือง 49 คะแนน หรือประมาณ 2.5 ปีการศึกษา (วิทยาศาสตร์ 406 ต่อ 455 การอ่าน 364 ต่อ 413) แม้ช่องว่างจะลดลงจาก PISA 2022
  • ครูไม่พอ: ผล PISA 2025 ในระดับนานาชาติชี้ว่า ในโรงเรียนที่ขาดแคลนครูหรือผู้ช่วยสอน หรือมีบุคลากรที่คุณวุฒิไม่เหมาะสมหรือไม่เพียงพอ นักเรียนมีแนวโน้มได้คะแนนวิทยาศาสตร์น้อยกว่า 10–16 คะแนน เทียบได้กับการเรียนรู้ที่หายไป 0.5–0.8 ปีการศึกษา
  • ช่องว่างรวย–จนแทบไม่ขยับในรอบ 10 ปี: ช่องว่างคะแนนระหว่างเด็กจากครัวเรือนรวยที่สุด 25% กับจนที่สุด 25% แคบลงราว 11 คะแนนเมื่อเทียบกับ PISA 2022 เพราะคะแนนเด็กกลุ่มยากจนเพิ่มขึ้น 29.36 คะแนน ขณะที่กลุ่มรวยที่สุดเพิ่มขึ้น 18.53 คะแนน แต่หากมองตลอดทศวรรษ 2015–2025 ช่องว่างลดลงเพียง 2 คะแนน และไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ

หลักฐานที่ชัดที่สุด: เด็กจนคนเดิม ถ้าอยู่ในระบบอื่น จะเก่งกว่านี้

กสศ. ทดลองจำลองสถานการณ์โดยนำ “เด็กจนไทย” ไปเรียนในระบบการศึกษาของประเทศอื่น โดยที่ครอบครัวยังจนเท่าเดิมทุกอย่าง ผลคือเด็กจนไทยที่เรียนในไทยได้คะแนนวิทยาศาสตร์เฉลี่ย 417 คะแนน แต่ถ้าไปเรียนในระบบของประเทศอื่น คะแนนจะสูงกว่านี้ในทุกประเทศที่แสดงในแผนภาพของรายงาน

ถ้าเด็กจนไทยไปเรียนในระบบของ… คะแนนวิทยาศาสตร์ มากกว่าเรียนในไทย
จีน (4 มณฑล)* 554 +137 (≈ 7 ปีการศึกษา)
ญี่ปุ่น 479 +62 (≈ 3 ปีการศึกษา)
สิงคโปร์ 454 +37 (≈ 2 ปีการศึกษา)
เวียดนาม 420 +3
ไทย (สถานการณ์จริง) 417 –

* จีน หมายถึงพื้นที่ในจีนแผ่นดินใหญ่ที่เข้าร่วม PISA 2025 ได้แก่ ปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ เจียงซู และเจ้อเจียง | คะแนนตามแผนภาพ: จีน 554.45 ญี่ปุ่น 479.15 สิงคโปร์ 454.09 เวียดนาม 419.87 ไทย 417.03 | ส่วนต่างคำนวณโดยกองบรรณาธิการตามเกณฑ์ OECD ที่ 20 คะแนน ≈ การเรียนรู้ 1 ปีการศึกษา | ที่มา: OECD (2026) ประมวลผลโดย วสศ. กสศ. (แผนภาพที่ 6)

รายงานสรุปผลการจำลองนี้ไว้ว่า “นักเรียนช้างเผือกสร้างได้” ความจนจึงไม่ใช่คำตัดสินชีวิตเด็ก หากระบบการศึกษาออกแบบมาให้รองรับเด็กที่มีต้นทุนต่างกัน

กุญแจที่ช้างเผือกมี และพ่อแม่ทุกบ้านช่วยได้

รายงานของ กสศ. สรุปว่า “เด็กไทยมีความขยัน แต่ก็ไม่เชื่อว่าความสามารถของตนพัฒนาได้” กล่าวคือ นักเรียนไทยมีความมุมานะ (Perseverance) สูงมาก แต่มีกรอบความคิดแบบเติบโต (Growth Mindset) หรือความเชื่อว่าสติปัญญาพัฒนาได้ ในระดับต่ำมาก และยิ่งครอบครัวยากจน ยิ่งมีแนวโน้มเชื่อว่าสติปัญญาของตัวเองคงที่ แต่ที่น่าสนใจคือ เด็กช้างเผือกมี Growth Mindset ร้อยละ 48.70 สูงกว่าเด็กจากบ้านรวยที่สุด (ร้อยละ 43.02) และสูงกว่าเด็กยากจนทั่วไปที่มีร้อยละ 28.59

อีกข้อค้นพบหนึ่งที่ไม่ต้องใช้เงินเลย คือเด็กที่พ่อแม่ชวนคุย ถามไถ่ชีวิตประจำวัน หรือคุยเรื่องอนาคตการเรียนด้วยกัน ได้คะแนนวิทยาศาสตร์สูงกว่าประมาณ 20 คะแนน หรือเทียบเคียงได้กับการเรียนรู้ 1 ปีการศึกษา และแม้เทียบเฉพาะนักเรียนที่ครอบครัวมีฐานะระดับเดียวกัน ก็ยังสูงกว่าประมาณ 15 คะแนน (0.75 ปีการศึกษา) อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ

ถ้าพาฝันไปถึงได้ ประเทศได้ “ประชากรรุ่นทดแทน”

กสศ. ชี้ว่า หากเด็กยากจนได้รับการสนับสนุนเพียงพอจนเรียนจบและมีอาชีพที่ดีกว่ารุ่นพ่อแม่ พวกเขาจะเป็น “ประชากรรุ่นทดแทน” ที่ช่วยเพิ่มผลิตภาพของประเทศ ทำให้เกิดการเลื่อนชั้นทางสังคม (Social Mobility) และลดความยากจนข้ามรุ่น (Intergenerational Poverty) คือตัดวงจรที่ความจนถูกส่งต่อจากพ่อแม่สู่ลูก

ข้อเสนอของ กสศ. จึงมุ่งไปที่การสร้างบันไดให้ครบทุกขั้น เช่น การพัฒนาสูตรจัดสรรงบประมาณที่คำนึงถึงความจำเป็นและต้นทุนที่แตกต่างกันของสถานศึกษา การให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) เติมทรัพยากรการเรียนรู้และเทคโนโลยีในชุมชน การตั้งเครือข่ายอาสาสมัครการศึกษาชุมชนเป็นพี่เลี้ยงให้เด็กที่ครอบครัวมีข้อจำกัดด้านเวลา ระบบแนะแนวที่ช่วยให้เด็กเข้าใจเส้นทางการเรียนและอาชีพ และระบบนิเวศส่งเสริมเด็กช้างเผือก เช่น กองทุนการศึกษาระดับท้องถิ่นที่ให้ทุนแบบให้เปล่าครอบคลุมค่าเดินทาง ค่าอาหาร ค่าอุปกรณ์การเรียน และอุปกรณ์ดิจิทัล

ตัวเลข 96.71% บอกแล้วว่าเด็กจนไทยพร้อมจะวิ่ง คำถามที่เหลือก่อนถึง PISA 2029 คือ ประเทศไทยพร้อมจะสร้างลู่วิ่งให้พวกเขาแล้วหรือยัง

ข้อควรรู้ในการอ่านตัวเลข

ตัวเลขความฝันเป็น “ความคาดหวัง” ของนักเรียนอายุ 15 ปี ไม่ใช่ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นแล้ว และเป็นการเทียบกับพ่อแม่ของเด็กแต่ละคน ไม่ได้หมายความว่าทุกคนอยากเรียนปริญญาเอกหรือเป็นผู้บริหาร

ผลการจำลองการพาเด็กยากจนไทยไปเรียนในระบบของประเทศอื่นเป็นการวิเคราะห์ข้อมูลของ กสศ. เพื่อชี้บทบาทของระบบการศึกษา ไม่ใช่การย้ายนักเรียนไปเรียนจริง

แหล่งข้อมูล

  • กสศ. / วสศ. – รายงานฉบับพิเศษ “ถอดรหัสผลประเมิน PISA 2025 สู่การพัฒนาคุณภาพและความเสมอภาคทางการเรียนรู้”
  • OECD (2026). PISA 2025 Results (Volume I): Future-Ready Students. https://doi.org/10.1787/73451bc5-en

#PISA2025 #PISA2029 #ถอดรหัสPISA #นักเรียนช้างเผือก #กสศ #กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา #สถาบันวิจัยเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา

 

You may also like...