“เรียน 4 สอน 6” เส้นทาง 10 ปีปั้น “ช้างเผือกของชุมชน” ครูรัก(ษ์)ถิ่น เรียนฟรีเต็มจำนวน แล้วกลับไปเป็นครูที่บ้านเกิด

“เรียน 4 สอน 6” เส้นทาง 10 ปีปั้น “ช้างเผือกของชุมชน” ครูรัก(ษ์)ถิ่น เรียนฟรีเต็มจำนวน แล้วกลับไปเป็นครูที่บ้านเกิด

รุ่นที่ 7 ปีการศึกษา 2570 กำลังเดินหน้า: กสศ. ปิดรับข้อเสนอจากสถาบันผลิตครูแล้ว เตรียมประกาศรายชื่อสถาบันในเดือนพฤศจิกายน 2569 น้อง ม.6 ต้องเริ่มเตรียมตัวตั้งแต่วันนี้

ลองนึกภาพเด็ก ม.6 คนหนึ่งในหมู่บ้านบนดอยหรือริมชายแดน เรียนดี ชอบช่วยงานชุมชน และฝันอยากเป็นครู แต่ทางบ้านไม่มีเงินส่งเรียนมหาวิทยาลัย ขณะที่โรงเรียนประถมในตำบลบ้านเกิดก็มีครูไม่ครบชั้น ครูที่ย้ายมาสอนอยู่ได้ไม่นานก็ขอย้ายกลับ

“โครงการครูรัก(ษ์)ถิ่น” ของกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ออกแบบมาเพื่อแก้โจทย์นี้ คือเลือก “คนในชุมชน” มาเรียนครูด้วยทุนเต็มจำนวน แล้วส่งกลับไปเป็นครูในโรงเรียนบ้านเกิด จนกลายเป็น “ครูคนใหม่ที่คุ้นเคย” ของเด็ก ๆ ในหมู่บ้าน

กสศ. สรุปเส้นทางนี้ไว้ในคำสั้น ๆ ว่า “เรียน 4 สอน 6” หรือการเดินทาง 10 ปี ของครู 1 คน ตั้งแต่วันแรกที่เข้ามหาวิทยาลัย จนถึงวันที่ทำงานในโรงเรียนบ้านเกิดครบตามเงื่อนไขทุน

✅ สรุปประเด็นเด่น

  • เป็นทุนการศึกษาของรัฐ ภายใต้ พ.ร.บ.กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา พ.ศ. 2561
  • เรียน 4 ปี หลักสูตรครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์บัณฑิต และเรียน Enrichment Program ควบคู่ไปด้วย
  • ทุนเต็มจำนวนตลอด 4 ปี ครอบคลุมค่าเทอม ค่าที่พัก ค่าครองชีพ และค่าตำรา
  • สอนอย่างน้อย 6 ปี ในโรงเรียนปลายทาง ซึ่งเป็นโรงเรียนในชุมชนบ้านเกิด
  • ปัจจุบันมีผู้สำเร็จการศึกษาแล้ว 3 รุ่น รวมกว่า 800 คน ทุกคนกลับไปเป็นครูในโรงเรียนพื้นที่ห่างไกลที่บ้านเกิดของตนเอง

1. หัวใจของครูรัก(ษ์)ถิ่น: ผลิตครูที่ไม่โยกย้าย

โครงการนี้ไม่ใช่แค่ทุนเรียนฟรี แต่เป็นการ ออกแบบหลักสูตรพิเศษ ให้เหมาะกับการทำงานในโรงเรียนพื้นที่ห่างไกลโดยเฉพาะ มีเป้าหมาย 3 ข้อ

  • ผลิตครูที่รักถิ่นฐาน และเป็นนักพัฒนาชุมชน
  • ลดปัญหาการโยกย้าย เพราะครูเป็นคนในพื้นที่เอง
  • เป็นต้นแบบการ ผลิตและพัฒนาครูระบบปิด เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาอย่างเป็นระบบ

2. “เรียน 4” ชีวิตนักศึกษาครูรัก(ษ์)ถิ่น ทำอะไรบ้าง

📘 ตลอด 4 ปี: เรียนในมหาวิทยาลัย

  • หลักสูตรครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์บัณฑิต แบ่งเป็น 2 สาขาหลัก คือ ปฐมวัย และประถมศึกษา โดยเติมทักษะการสอนทั้ง 2 ระดับ เพราะโรงเรียนที่ขาดแคลนครูส่วนใหญ่เป็นโรงเรียนระดับประถมศึกษา (รายละเอียดหลักสูตรแตกต่างกันไปตามแต่ละมหาวิทยาลัย)
  • หลักสูตร Enrichment Program เสริมทักษะครูนักพัฒนาชุมชน และทักษะจากหน่วยงานการเรียนรู้ระดับนานาชาติ เช่น การสอนคละชั้น การสอนแบบทวิภาษา การสอนเสวนา และ Active Learning โดยอิงจากปัญหาที่พบจริงจากการลงพื้นที่

🏫 ปีที่ 1–3: สังเกตการณ์สอน ปีละ 1 เดือน

ทุกปี นักศึกษาต้องแบ่งเวลาไป โรงเรียนปลายทางของตนเอง เป็นผู้ช่วยคุณครู ช่วยเตรียมสื่อการสอน สังเกตการณ์ ลงพื้นที่ชุมชนเพื่อสร้างความคุ้นเคย และ ทำวิจัยศึกษาปัญหา ความต้องการ ศักยภาพ จุดแข็งและจุดอ่อนของชุมชน

🎓 ปีที่ 4 (ปีสุดท้าย): ฝึกสอน 1 เทอม + ทำนวัตกรรมชุมชน

  • ฝึกสอน 1 เทอม (3 เดือน) ที่โรงเรียนปลายทาง สอนจริงและวางแผนการสอนเอง เหมือนเป็นครูที่เพิ่งบรรจุ เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนบรรจุจริง
  • ทำ “นวัตกรรมชุมชน” เป็นโปรเจกต์จบ คือนวัตกรรมด้านการศึกษาที่คิดขึ้นเพื่อแก้ปัญหาในโรงเรียน โดยต่อยอดจากการลงพื้นที่โรงเรียนปลายทางในแต่ละครั้ง

3. “สอน 6” จากนักศึกษาสู่ครูของชุมชน

เมื่อเปลี่ยนจาก “นักศึกษา” เป็น “ครูรัก(ษ์)ถิ่น” ทุกคนต้องไปประจำการสอนที่ โรงเรียนปลายทางอย่างน้อย 6 ปี ตามเงื่อนไขทุน โดยมีระบบดูแลและประเมินผลตามอินโฟกราฟิกของ กสศ. ดังนี้

ช่วงเวลา ผู้ประเมิน / ผู้ดูแล
2 ปีแรก ประเมินผลการทดลองปฏิบัติราชการโดยคนในพื้นที่ ได้แก่ ครูพี่เลี้ยง ผู้อำนวยการโรงเรียนปลายทาง และผู้อำนวยการโรงเรียนใกล้เคียง
4 ปีหลัง ประเมินโดย ทีมหนุนเสริมของโครงการครูรัก(ษ์)ถิ่น

การประเมินทั้งหมดมีไว้เพื่อตรวจสอบ แก้ไข ติดตาม และวัดประสิทธิภาพของครู รวมถึงวิจัยผลกระทบทั้งระยะสั้นและระยะยาวต่อผู้รับทุน ผู้เรียน และชุมชน เพื่อพัฒนาเป็นต้นแบบการผลิตครูระบบปิดของประเทศ

“ทีมหนุนเสริม” คือกลุ่มบุคลากรด้านการศึกษาที่เข้าใจชีวิตในโรงเรียนพื้นที่ห่างไกล กระจายตัวอยู่ทั่วประเทศ คอยเฝ้าดูแลและเสริมพลังครูรุ่นใหม่ ดร.ศุภโชค ปิยะสันติ์ คณะอนุกรรมการกำกับทิศทางโครงการทุนครูรัก(ษ์)ถิ่น และประธานชมรมคุรุทายาทแห่งประเทศไทย เล่าว่า

“เรียกได้ว่าทีมหนุนเสริมเป็นคณะทํางานชุดหนึ่งที่กระจายอยู่ทั่วประเทศ เป็นคนที่จิตอาสาไหว้วานกัน ไม่มีค่าตอบแทนอะไรมากมายนอกจากขอให้ไปชะโงกดูโรงเรียนใกล้ ๆ ตัวเองหน่อย”

4. ทุนเต็มจำนวน ได้อะไรบ้าง (ตามประกาศ กสศ. ปีการศึกษา 2570)

รายการ อัตรา
ค่าธรรมเนียมการศึกษา (จ่ายตามจริง) ไม่เกิน 28,000 บาท/คน/ปี
ค่าที่พัก ไม่เกิน 20,000 บาท/คน/ปี
ค่าครองชีพ 6,000 บาท/คน/เดือน
ค่าตำราและอุปกรณ์การเรียนที่จำเป็น 2,000 บาท/คน/เดือน
รวมสูงสุดโดยประมาณ (คำนวณจากเพดาน) ไม่เกินราว 144,000 บาท/ปี

ค่าเทอมและค่าที่พัก กสศ. โอนผ่านสถาบันการศึกษา นอกจากนี้สถาบันต้องจัด หอพัก พร้อมอาจารย์ผู้รับผิดชอบดูแลนักศึกษาตลอด 4 ปี และมีระบบอาจารย์พี่เลี้ยงและที่ปรึกษา

📅 ความเคลื่อนไหวล่าสุด รุ่นที่ 7 ปีการศึกษา 2570

  • 30 ต.ค. 2569 กสศ. ออกประกาศเปิดรับข้อเสนอโครงการครูรัก(ษ์)ถิ่น ปีการศึกษา 2570 (รุ่นที่ 7) จากสถาบันผลิตครูสาขาประถมศึกษา
  • 30 ต.ค. – 1 พ.ย. 2569 สถาบันการศึกษายื่นข้อเสนอโครงการ (ปิดรับแล้ว)
  • ภายใน 2 พ.ย. 2569 พิจารณาคัดเลือกสถาบันการศึกษา
  • พฤศจิกายน 2569 ประกาศรายชื่อสถาบันที่ผ่านการคัดเลือก ประชุมเตรียมความพร้อม และทำสัญญาภาคีร่วมดำเนินงาน ← จับตาช่วงนี้
  • ถัดจากนั้น กสศ. แจ้งรายชื่อโรงเรียนปลายทางให้สถาบัน แล้วสถาบันลงพื้นที่ร่วมกับโรงเรียนและชุมชนเพื่อค้นหาและคัดเลือกนักเรียน ม.6 (กำหนดการรับสมัครนักเรียนรอสถาบันประกาศ)

หมายเหตุ: กสศ. ขอสงวนสิทธิ์เปลี่ยนแปลงกำหนดการ และจะแจ้งผ่าน www.eef.or.th

5. เช็กคุณสมบัติ: ใครสมัครได้บ้าง

  1. กำลังเรียน ม.6 หรือเทียบเท่า ในปีการศึกษา 2569
  2. มี สัญชาติไทย
  3. เป็น นักเรียนยากจน คืออยู่ในครัวเรือนที่สมาชิกมีรายได้เฉลี่ยไม่เกิน 6,000 บาทต่อเดือน (หรือตามที่ กสศ. กำหนด) และผ่านการคัดกรองความยากจนด้วยวิธีการวัดรายได้ทางอ้อม (PMT)
  4. บิดา หรือมารดา หรือผู้ปกครอง และผู้ขอรับทุน มีภูมิลำเนาในตำบลที่ตั้งโรงเรียนปลายทาง ไม่น้อยกว่า 3 ปีติดต่อกัน จนถึงวันสมัคร
  5. เกรดเฉลี่ยสะสม 5 ภาคเรียน ระดับ ม.ปลาย ไม่ต่ำกว่า 2.70
  6. มีเจตคติที่ดีต่อวิชาชีพครู และอยากเป็นครูในพื้นที่ที่เป็นท้องถิ่นของตน
  7. มี ประสบการณ์ทำกิจกรรมสร้างสรรค์เพื่อส่วนรวม
  8. ไม่มีปัญหาสุขภาพหรือความประพฤติที่จะเป็นอุปสรรคต่อการศึกษาระหว่างรับทุน
  9. ความประพฤติดี ไม่มีประวัติเกี่ยวข้องกับยาเสพติด

6. เตรียมตัวตั้งแต่วันนี้ ก่อนสถาบันลงพื้นที่คัดเลือก

ครูรัก(ษ์)ถิ่นไม่ได้ตัดสินจากคะแนนสอบส่วนกลางเพียงอย่างเดียว ประกาศกำหนดให้ สถาบันการศึกษาคัดเลือกร่วมกับโรงเรียนและชุมชน และมีระยะ “เตรียมความพร้อม” ทั้งก่อนคัดเลือกและก่อนเข้าเรียน ผู้ที่เตรียมตัวไว้ก่อนจึงได้เปรียบ

  • ☐ คุยกับครูแนะแนวหรือผู้อำนวยการโรงเรียน ว่าโรงเรียนประถมในตำบลบ้านเกิดอยู่ในกลุ่มโรงเรียนพื้นที่ห่างไกลเป้าหมายหรือไม่
  • ☐ เตรียมทะเบียนบ้าน ที่ยืนยันได้ว่าครอบครัวและตัวเองอยู่ในตำบลนี้ต่อเนื่องไม่น้อยกว่า 3 ปี และข้อมูลรายได้ครัวเรือนสำหรับการคัดกรอง PMT
  • ☐ ขอผลการเรียน 5 ภาคเรียน (ต้องไม่ต่ำกว่า 2.70) และตั้งใจเรียนเทอมสุดท้าย
  • ☐ รวบรวมหลักฐานกิจกรรมเพื่อส่วนรวม เช่น เกียรติบัตร ภาพกิจกรรมจิตอาสา งานช่วยชุมชน
  • ☐ เตรียมเล่าเรื่อง “ทำไมอยากเป็นครูที่บ้านเกิด” ให้ชัด พร้อมปัญหาของโรงเรียนและชุมชนที่อยากกลับไปแก้
  • ☐ ฝึกทักษะพื้นฐาน ภาษาไทย คณิตศาสตร์ ภาษาอังกฤษ และการสื่อสาร เพื่อรองรับกิจกรรมปรับพื้นฐานและการคัดเลือกของสถาบัน
  • ☐ ติดตามประกาศ จาก กสศ. (www.eef.or.th) และคณะครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์ของมหาวิทยาลัยในภูมิภาค หลังประกาศรายชื่อสถาบันในเดือน พ.ย. 2569

💡 วางแผนสอบเผื่อไว้ด้วย

ระบบ myTCAS เปิดรับสมัครสอบ TGAT/TPAT ปีการศึกษา 2570 ระหว่าง 4–10 พฤศจิกายน 2569 และสอบวันที่ 30 ม.ค. – 1 ก.พ. 2570 ส่วน A-Level เปิดรับสมัคร 14–20 ม.ค. 2570 ประกาศครูรัก(ษ์)ถิ่นไม่ได้กำหนดให้ใช้คะแนนเหล่านี้ แต่การสมัครสอบ TGAT + TPAT5 ไว้ก่อนช่วยเปิดทางสำรองไปคณะครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์อื่น รวมถึง โครงการผลิตครูเพื่อพัฒนาท้องถิ่น ระยะที่ 2 ของ อว. ที่ใช้คะแนน TCAS70 ปีนี้ อว. ยังสนับสนุนให้สอบ TGAT/TPAT ฟรีด้วย

⚠️ ข้อผูกพันที่ต้องรู้ก่อนตัดสินใจ

  • เมื่อเรียนจบและได้บรรจุแล้ว ต้อง ปฏิบัติราชการในโรงเรียนเป้าหมายต่อเนื่องไม่น้อยกว่า 6 ปี นับตั้งแต่วันที่ได้รับการบรรจุแต่งตั้ง
  • ถ้า ยุติการศึกษาหรือเรียนไม่จบ ต้องชดใช้เงินทุนทั้งหมดคืนให้ กสศ.
  • ถ้าเรียนจบแต่ ไม่เข้ารับการบรรจุ หรือทำงานในโรงเรียนเป้าหมายไม่ครบ 6 ปี โดยไม่มีเหตุอันสมควร ต้องชดใช้เงินทุนทั้งหมด (อาจปรับลดสัดส่วนตามระยะเวลาที่ปฏิบัติราชการไปแล้ว)
  • ช่วงเรียนต้องลงพื้นที่โรงเรียนปลายทางทุกปี ฝึกสอนจริง และทำนวัตกรรมชุมชน จึงเหมาะกับคนที่พร้อมผูกพันกับบ้านเกิดในระยะยาวจริง ๆ

10 ปีที่ยาวนาน หรือจุดเริ่มต้นที่สั้นเกินไป?

กสศ. มองว่า หาก 10 ปีจะนับว่ายาวนานก็คงไม่เกินจริง แต่ในอีกด้าน 10 ปีเดียวกันนี้ก็เป็นเพียง จุดเริ่มต้นที่ดี ของการแก้ปัญหาครูในโรงเรียนขนาดเล็ก และความเหลื่อมล้ำที่อยู่คู่ระบบการศึกษาไทยมานาน

วันนี้ “ช้างเผือกของชุมชน” กว่า 800 คนจาก 3 รุ่นแรกได้กลับบ้านไปเป็น “ครูนักพัฒนาชุมชน” แล้ว และรุ่นที่ 7 กำลังจะเปิดประตูอีกครั้ง ถ้าคุณหรือลูกหลานคือเด็กคนนั้นในหมู่บ้าน เริ่มเตรียมเอกสาร เกรด และเรื่องราวของตัวเองตั้งแต่วันนี้

📞 ติดตามและสอบถาม

  • กสศ. เว็บไซต์ www.eef.or.th
  • โทร 02-079-5474 กด 5 (วันและเวลาราชการ)
  • สมัครสอบ TGAT/TPAT/A-Level: mytcas.com

อ้างอิง: กสศ. “เรียน 4 สอน 6 การเดินทาง 10 ปีของครูรัก(ษ์)ถิ่น” (5 พ.ย. 2569) · ประกาศ กสศ. เรื่อง เปิดรับข้อเสนอโครงการครูรัก(ษ์)ถิ่น ปีการศึกษา 2570 (30 ต.ค. 2569) · ปฏิทิน TCAS70 ของ ทปอ.

 

You may also like...