ทำไมทุนครู “เพชรในตม” ถึงต้องมีกองทัพเป็นเจ้าภาพ? ไขที่มา 40 ปีของทุนที่คนกรุงเทพฯ สมัครไม่ได้

ถ้าพูดถึงทุนเรียนฟรีที่จบแล้วได้บรรจุรับราชการทันที หลายคนอาจนึกถึงคำโปรยสวยหรูอย่าง “เรียนฟรี ที่พักฟรี บรรจุทันที” ที่ถูกพูดถึงซ้ำแล้วซ้ำเล่าในทุกช่วงที่ใกล้เปิดรับสมัคร “โครงการเพชรในตม” ของคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว)
แต่มีคำถามหนึ่งที่มักถูกโพสต์ถามในเว็บบอร์ดการศึกษาซ้ำ ๆ ทุกปี และแทบไม่เคยถูกอธิบายอย่างจริงจังในสื่อ นั่นคือ
“ทำไมคนกรุงเทพฯ สมัครไม่ได้ ทำไมต้องจำกัดเฉพาะคนจนในหมู่บ้านที่กำหนด ทำไมทุนนี้ถึงมีกองทัพเข้ามาเกี่ยวข้อง”
คำตอบของคำถามนี้ไม่ได้อยู่ในระเบียบการสมัครหรือคุณสมบัติผู้สมัครที่ประกาศทุกปี แต่ซ่อนอยู่ใน “จุดกำเนิด” ของโครงการที่ย้อนไปกว่า 50 ปี และทำให้ “เพชรในตม” ไม่ใช่แค่ทุนการศึกษาธรรมดา แต่เป็นเครื่องมือทางนโยบายที่ผูกโยงกับความมั่นคงของประเทศมาตั้งแต่ต้น
กำเนิดจากนโยบายต่อสู้กับคอมมิวนิสต์ ก่อนจะกลายเป็นโครงการผลิตครู
ต้นทางของเงื่อนไข “หมู่บ้าน อพป.” ที่ผู้สมัครเพชรในตมต้องมีภูมิลำเนาอยู่ ย้อนไปไกลกว่าปีที่โครงการเพชรในตมถือกำเนิดเสียอีก
ตามประวัติที่คณะศึกษาศาสตร์ มศว เผยแพร่อย่างเป็นทางการ คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติในหลักการจัดตั้ง “โครงการอาสาพัฒนาและป้องกันตนเอง (อพป.)” เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2517 โดยมีศูนย์อาสาพัฒนาและป้องกันตนเอง กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน (ศอพป.กอ.รมน.) เป็นผู้ประสานการดำเนินงาน และต่อมามีคำสั่งนายกรัฐมนตรีที่ 18/2518 ลงวันที่ 23 มกราคม 2518 กำหนดให้โครงการ อพป. เป็นโครงการระดับชาติ “ตามนโยบายการต่อสู้เพื่อเอาชนะคอมมิวนิสต์โดยวิธีการใหม่” และให้ถือเป็นโครงการเร่งด่วนสูงสุดที่ทุกส่วนราชการต้องให้ความร่วมมือ เพื่อสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจ สังคม การปกครอง และความปลอดภัยในหมู่บ้านชนบทห่างไกล
กล่าวคือ หมู่บ้าน อพป. ถือกำเนิดขึ้นในฐานะเครื่องมือด้านความมั่นคงในยุคสงครามต่อต้านคอมมิวนิสต์ของไทย ก่อนที่อีกกว่าทศวรรษต่อมาในปี 2529 พลเอกอาทิตย์ กำลังเอก ผู้บัญชาการทหารสูงสุดในขณะนั้น จะให้ศูนย์อาสาพัฒนาและป้องกันตนเองจัดทำ “โครงการเพชรในตม” ขึ้น โดยประสานความร่วมมือกับ มศว รับนักเรียนที่มีภูมิลำเนาในหมู่บ้าน อพป. เหล่านี้เข้าศึกษาเพื่อกลับไปเป็นครูในพื้นที่เดิม
นี่คือเหตุผลที่แท้จริงว่าทำไมทุนนี้จึงไม่เปิดให้ “ใครก็ได้” สมัคร แต่จำกัดเฉพาะผู้ที่มีภูมิลำเนาในหมู่บ้าน อพป. ที่ได้รับการรับรองจาก กอ.รมน. จังหวัดเท่านั้น และเหตุผลเดียวกันนี้ยังอธิบายว่าทำไมกรุงเทพมหานครจึงไม่อยู่ในเงื่อนไขพื้นที่ของโครงการ เนื่องจากไม่ใช่พื้นที่เป้าหมายของนโยบาย อพป. ตั้งแต่ต้น
จาก 30 ทุนต่อปี สู่ 161 ทุน เมื่อรัฐ “เดิมพัน” กับโครงการนี้มากขึ้น
ข้อมูลสถิติของคณะศึกษาศาสตร์ มศว ระบุว่าโครงการเพชรในตมรับนิสิตปีละ 30 คนตั้งแต่รุ่นที่ 1 (ปีการศึกษา 2529) จนถึงรุ่นที่ 22 (ปีการศึกษา 2550) ก่อนขยับขึ้นเป็นปีละ 45 คน ตั้งแต่รุ่นที่ 23 (ปีการศึกษา 2551) เป็นต้นมา
จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในปี 2565 เมื่อที่ประชุมคณะกรรมการอำนวยการโครงการเพชรในตมมีมติเห็นชอบให้ขยายจำนวนรับจาก 45 คน เป็น 161 คนต่อปี โดยให้เหตุผลว่าเป็นการขยายโอกาสและลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาให้แก่เยาวชนในหมู่บ้าน อพป. ทั่วประเทศ จำนวนนี้จัดสรรจังหวัดละ 2 คน รวม 146 คน ครอบคลุม 76 จังหวัด (ยกเว้นกรุงเทพมหานคร) บวกกับโควตาพิเศษอีก 15 คน สำหรับพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้แก่ ยะลา ปัตตานี นราธิวาส และ 4 อำเภอของจังหวัดสงขลา คือ อำเภอนาทวี จะนะ สะบ้าย้อย และเทพา
การขยายจำนวนรับมากกว่า 3 เท่าในคราวเดียว สะท้อนว่ารัฐไม่ได้มองโครงการนี้เป็นเพียงสวัสดิการเล็ก ๆ อีกต่อไป แต่กำลังใช้เป็นกลไกผลิตกำลังคนระดับนโยบาย ควบคู่ไปกับการแก้ปัญหาขาดแคลนครูในพื้นที่ห่างไกลอย่างเป็นระบบ
รุ่นที่ 42 ปีการศึกษา 2570 ต้องรู้อะไรบ้าง
สำหรับนักเรียนชั้น ม.6 ที่สนใจสมัครรุ่นที่ 42 ปีการศึกษา 2570 ซึ่งจะอยู่ในระบบ TCAS รอบ 2 โควตา ของ มศว คุณสมบัติสำคัญตามประกาศทางการของคณะศึกษาศาสตร์ มศว ได้แก่
ภูมิลำเนา: ผู้สมัครและบิดามารดาหรือผู้ปกครอง ต้องมีหรือเคยมีภูมิลำเนาในหมู่บ้าน อพป. ตามพื้นที่ที่ประกาศรับรอง และได้รับการรับรองจาก กอ.รมน. จังหวัด
สถานะการศึกษา: กำลังศึกษาชั้น ม.6 หรือจบการศึกษาในปีการศึกษานั้น ๆ เท่านั้น ไม่รับผู้ที่สอบเทียบได้หรือจบ ม.6 มาก่อนหน้า
ผลการเรียน: GPAX 5 ภาคเรียน ไม่ต่ำกว่า 2.75
ฐานะครอบครัว: รายได้ครอบครัวไม่เกิน 360,000 บาทต่อปี (ยกเว้นพื้นที่ กอ.รมน. ภาค 1 ที่กำหนดไม่เกิน 520,000 บาทต่อปี)
คะแนนสอบ: TGAT, TPAT5 และ A-Level 4 วิชาหลัก ได้แก่ ภาษาไทย สังคมศึกษา คณิตศาสตร์ 1 และภาษาอังกฤษ ตามเกณฑ์ที่มหาวิทยาลัยกำหนด
จำนวนรับที่คาดการณ์ไว้ที่ 161 คน แบ่งเป็น กอ.รมน. ภาค 1 จำนวน 50 คน ภาค 2 จำนวน 40 คน ภาค 3 จำนวน 34 คน และภาค 4 จำนวน 37 คน (รวมโควตาพิเศษ 15 คนข้างต้น) อย่างไรก็ตาม ณ ขณะนี้มหาวิทยาลัยยังไม่ได้ประกาศรายละเอียดการรับสมัครรุ่นที่ 42 อย่างเป็นทางการ ตัวเลขและกำหนดการทั้งหมดจึงเป็นเพียงกรอบอ้างอิงจากรุ่นก่อนหน้า นักเรียนที่สนใจควรติดตามประกาศจริงจากเว็บไซต์ admission.swu.ac.th อย่างใกล้ชิด
เพชรในตม vs ครูคืนถิ่นระยะที่ 2: สองเส้นทางสู่การเป็นข้าราชการครู
ในช่วงเวลาเดียวกัน ยังมีอีกหนึ่งโครงการผลิตครูที่กำลังถูกพูดถึงมากคือ “โครงการผลิตครูเพื่อพัฒนาท้องถิ่น ระยะที่ 2” หรือที่หลายคนเรียกว่า “ครูคืนถิ่น ระยะที่ 2” ซึ่งคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบเมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2569 ตามที่กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เสนอ พร้อมอนุมัติกรอบวงเงินงบประมาณรวม 2,037.96 ล้านบาท ตั้งเป้าผลิตครูคุณภาพสูงรวม 16,033 คน ใน 9 รุ่น เริ่มรับนักศึกษาตั้งแต่ปีการศึกษา 2570-2578 และเริ่มบรรจุเข้ารับราชการในช่วงปี 2574-2582 พร้อมเงื่อนไขห้ามขอย้ายเป็นเวลา 5 ปี
ทั้งสองโครงการมีแนวคิดร่วมกันคือใช้ระบบมหาวิทยาลัยผลิตครูเพื่อแก้ปัญหาขาดแคลนครูในพื้นที่ และมุ่งให้ผู้สำเร็จการศึกษากลับไปทำงานในถิ่นฐานของตนเอง แต่จุดที่ต่างกันชัดเจนคือขนาดและขอบเขตพื้นที่เป้าหมาย เพชรในตมจำกัดเฉพาะผู้มีภูมิลำเนาในหมู่บ้าน อพป. ที่กำหนดเท่านั้น ขณะที่ครูคืนถิ่นระยะที่ 2 เป็นโครงการระดับประเทศที่มีขนาดใหญ่กว่ามาก ครอบคลุมสาขาวิชาและสถาบันการศึกษาทั่วประเทศ ไม่ได้จำกัดเฉพาะพื้นที่ อพป. เหมือนเพชรในตม
กล่าวโดยสรุป หากมองในมุมของนักเรียนที่มีคุณสมบัติตรงตามเงื่อนไขพื้นที่ เพชรในตมจึงไม่ใช่แค่ “อีกหนึ่งทุน” แต่เป็นเส้นทางเฉพาะกลุ่มที่ผูกโยงประวัติศาสตร์ความมั่นคงของประเทศเข้ากับการผลิตครูมายาวนานที่สุดสายหนึ่งของไทย และสำหรับรุ่นที่ 42 สิ่งที่ต้องเช็กก่อนอ่านหนังสือเตรียมสอบยังคงเป็นคำถามเดิมที่ค้างคาใจใครหลายคนมานาน นั่นคือ “บ้านของเราอยู่ในระบบที่โครงการนี้มองเห็นหรือไม่”
แหล่งข้อมูล: หน้าประวัติความเป็นมาโครงการเพชรในตม เว็บไซต์ทางการคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (edu.swu.ac.th), มติคณะรัฐมนตรีเรื่องโครงการผลิตครูเพื่อพัฒนาท้องถิ่น ระยะที่ 2 ตามรายงานของกรมประชาสัมพันธ์ (prd.go.th) และกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (mhesi.go.th) — รายละเอียดการรับสมัครรุ่นที่ 42 ปีการศึกษา 2570 ยังต้องรอประกาศอย่างเป็นทางการจาก มศว เพิ่มเติม