ต้องเช็กด่วน! รู้จัก กว่า 14,500 หมู่บ้าน อพป.ทั่วประเทศ ก่อนสมัครรับทุนเพชรในตม มศว รุ่นที่ 42 ปีการศึกษา 2570
ต้องเช็กด่วน! รู้จัก กว่า 14,500 หมู่บ้าน อพป.ทั่วประเทศ
ก่อนสมัครรับทุนเพชรในตม มศว รุ่นที่ 42 ปีการศึกษา 2570
|
สรุปประเด็นสำคัญ
•หมู่บ้าน อพป. คือหมู่บ้านที่กระทรวงมหาดไทยประกาศจัดตั้งตาม พ.ร.บ.จัดระเบียบบริหารหมู่บ้าน อพป. พ.ศ. 2522 เพื่อเสริมความมั่นคงและพัฒนาคุณภาพชีวิตในพื้นที่เสี่ยง
•ข้อมูลรวมอย่างเป็นทางการชุดล่าสุดที่กรมการปกครองเผยแพร่ (16 พ.ย. 2561) มีหมู่บ้าน อพป. ทั้งสิ้น 14,590 หมู่บ้าน ใน 76 จังหวัด 735 อำเภอ 3,511 ตำบล และเมื่อสืบค้นราชกิจจานุเบกษาเพิ่มเติมพบว่ามีประกาศจัดตั้งหมู่บ้าน อพป. เพิ่มอีกอย่างน้อย 193 หมู่บ้าน จากประกาศที่เผยแพร่ในปี 2567 สะท้อนว่าจำนวนหมู่บ้าน อพป. ทั่วประเทศยังคงเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง
•นักเรียน ม.6 ที่มีภูมิลำเนา (ตนเองหรือบิดามารดา/ผู้ปกครอง) อยู่ในหมู่บ้าน อพป. คือกลุ่มเป้าหมายหลักของทุน “เพชรในตม” รุ่นที่ 42 ปีการศึกษา 2570 ของคณะศึกษาศาสตร์ มศว เรียนฟรี ที่พักฟรี จบแล้วบรรจุครูทันที
|
1. หมู่บ้าน อพป. คืออะไร
หมู่บ้านอาสาพัฒนาและป้องกันตนเอง หรือที่เรียกกันสั้น ๆ ว่า “หมู่บ้าน อพป.” เป็นหมู่บ้านที่ได้รับการประกาศจัดตั้งอย่างเป็นทางการโดยกระทรวงมหาดไทย ภายใต้พระราชบัญญัติจัดระเบียบบริหารหมู่บ้านอาสาพัฒนาและป้องกันตนเอง พ.ศ. 2522 ซึ่งมีผลบังคับใช้มาตั้งแต่วันที่ 10 พฤษภาคม 2522 โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเป็นผู้รักษาการตามกฎหมายฉบับนี้
แนวคิดเรื่องหมู่บ้าน อพป. มีที่มาย้อนไปถึงมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2517 ที่อนุมัติในหลักการให้ดำเนิน “โครงการอาสาพัฒนาและป้องกันตนเองแห่งชาติ” และเริ่มดำเนินการจริงตั้งแต่ปี 2518 เป็นต้นมา ก่อนจะถูกยกระดับเป็นกฎหมายในเวลาต่อมา เป้าหมายหลักคือการพัฒนาหมู่บ้านให้เข้มแข็งทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม การปกครอง และการรักษาความปลอดภัย พร้อมทั้งส่งเสริมให้ประชาชนในพื้นที่เข้ามามีส่วนร่วมดูแลความสงบเรียบร้อยและความมั่นคงภายในหมู่บ้านของตนเอง
ลักษณะเด่นที่ต่างจากหมู่บ้านทั่วไป
หมู่บ้าน อพป. ไม่ใช่หมู่บ้านที่ตั้งขึ้นใหม่ แต่เป็นหมู่บ้านตามกฎหมายลักษณะปกครองท้องที่ที่มีอยู่แล้ว ซึ่งถูกประเมินว่ามีความเสี่ยงด้านความมั่นคงหรือเผชิญปัญหาความมั่นคงรูปแบบใหม่ เช่น พื้นที่ชายแดน พื้นที่ห่างไกล หรือพื้นที่ที่เคยมีปัญหาความไม่สงบ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) จึงเสนอให้กระทรวงมหาดไทยประกาศยกระดับเป็นหมู่บ้าน อพป. เพื่อให้ได้รับการพัฒนาและการดูแลด้านความมั่นคงเป็นพิเศษควบคู่กันไป
2. ขั้นตอนและเกณฑ์การจัดตั้งหมู่บ้าน อพป.
ตามมาตรา 6 แห่งพระราชบัญญัติจัดระเบียบบริหารหมู่บ้าน อพป. พ.ศ. 2522 การจัดตั้งหมู่บ้าน อพป. ต้องยึดหมู่บ้านตามกฎหมายว่าด้วยลักษณะปกครองท้องที่เป็นหลัก กล่าวคือ ต้องเป็นหมู่บ้านที่จังหวัดประกาศรับรองตามกฎหมายปกครองท้องที่เรียบร้อยแล้วเท่านั้น จากนั้นจึงผ่านกระบวนการพิจารณาตามลำดับชั้น ได้แก่
- ระดับพื้นที่/อำเภอ สำรวจและเสนอความเห็นเบื้องต้นว่าหมู่บ้านใดมีความเสี่ยงด้านความมั่นคงเข้าเกณฑ์
- อำเภอแจ้งยืนยันหรือแก้ไขข้อมูลให้จังหวัดพิจารณา
- จังหวัดแจ้งยืนยันหรือแก้ไขข้อมูลให้กระทรวงมหาดไทยเพื่อพิจารณาประกาศจัดตั้งเป็นหมู่บ้าน อพป. อย่างเป็นทางการต่อไป
เมื่อกระทรวงมหาดไทยลงนามประกาศแล้ว หมู่บ้านนั้นจะมีสถานะเป็นหมู่บ้าน อพป. อย่างสมบูรณ์ และยังคงมีการประกาศจัดตั้งหมู่บ้าน อพป. แห่งใหม่เพิ่มเติมอย่างต่อเนื่องแทบทุกปี โดยข้อมูลจากกรมการปกครองระบุว่าโดยเฉลี่ยมีการประกาศจัดตั้งหมู่บ้าน อพป. ใหม่ตามข้อเสนอของ กอ.รมน. ปีละประมาณ 65 หมู่บ้าน ตัวอย่างเช่น ในช่วงปลายปี 2566 มีการประกาศจัดตั้งหมู่บ้าน อพป. เพิ่มเติมในพื้นที่ภาคกลาง เช่น จังหวัดสิงห์บุรี และเมื่อสืบค้นประกาศในราชกิจจานุเบกษาต่อเนื่องมาถึงปี 2567 พบว่ามีการประกาศจัดตั้งหมู่บ้าน อพป. เพิ่มอีกอย่างน้อย 193 หมู่บ้าน ซึ่งยังไม่ได้รวมอยู่ในยอดรวม 14,590 หมู่บ้านของชุดข้อมูลปี 2561 ข้างต้น สะท้อนว่าบัญชีรายชื่อหมู่บ้าน อพป. ทั่วประเทศเป็นข้อมูลที่เปลี่ยนแปลง/เพิ่มขึ้นได้ตลอดเวลา ไม่ใช่บัญชีปิดตายตัว
3. ภารกิจของหมู่บ้าน อพป.
หมู่บ้าน อพป. ดำเนินภารกิจคู่ขนานกันสองด้านตามชื่อโครงการ คือ
- ด้านการพัฒนา — ยกระดับคุณภาพชีวิต เศรษฐกิจ และความเป็นอยู่ของประชาชนในพื้นที่ เพื่อลดเงื่อนไขที่จะนำไปสู่ปัญหาความมั่นคง
- ด้านการป้องกันตนเอง — ฝึกอบรมและจัดระเบียบให้ประชาชนในหมู่บ้านมีส่วนร่วมดูแลความสงบเรียบร้อยและเฝ้าระวังภัยความมั่นคงในพื้นที่ของตนเอง
การดำเนินงานในลักษณะนี้ทำให้หมู่บ้าน อพป. ส่วนใหญ่กระจุกตัวอยู่ในพื้นที่ชายแดน พื้นที่สูง หรือพื้นที่ที่เคยมีประวัติปัญหาความมั่นคงรูปแบบต่าง ๆ ของประเทศ
4. หมู่บ้าน อพป. กระจายอยู่ที่ใดบ้างทั่วประเทศ
ข้อมูลรวมหมู่บ้าน อพป. ที่กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย เผยแพร่ล่าสุด (ข้อมูล ณ วันที่ 16 พฤศจิกายน 2561) ระบุว่าทั่วประเทศมีหมู่บ้าน อพป. รวม 14,590 หมู่บ้าน กระจายอยู่ใน 76 จังหวัด 735 อำเภอ 3,511 ตำบล โดยแบ่งการดูแลตามพื้นที่รับผิดชอบของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) 4 ภาค ดังนี้
|
ภาพรวมจำนวนหมู่บ้าน อพป. แยกตามภาค กอ.รมน. (ข้อมูล ณ 16 พ.ย. 2561)
•กอ.รมน.ภาค 1 (ภาคกลาง/ตะวันออก) — 25 จังหวัด 175 อำเภอ 580 ตำบล 2,304 หมู่บ้าน
•กอ.รมน.ภาค 2 (ภาคอีสาน) — 20 จังหวัด 244 อำเภอ 1287 ตำบล 5,032 หมู่บ้าน
•กอ.รมน.ภาค 3 (ภาคเหนือ) — 17 จังหวัด 171 อำเภอ 748 ตำบล 3,306 หมู่บ้าน
•กอ.รมน.ภาค 4 (ภาคใต้) — 14 จังหวัด 145 อำเภอ 896 ตำบล 3,948 หมู่บ้าน
•รวมทั้งประเทศ 76 จังหวัด 735 อำเภอ 3,511 ตำบล 14,590 หมู่บ้าน
|
ตารางที่ 1 หมู่บ้าน อพป. ในความรับผิดชอบของ กอ.รมน.ภาค 1 (ภาคกลางและภาคตะวันออก)
| ลำดับ | จังหวัด | อำเภอ | ตำบล | หมู่บ้าน อพป. |
|---|---|---|---|---|
| 1 | กาญจนบุรี | 13 | 63 | 244 |
| 2 | จันทบุรี | 8 | 44 | 219 |
| 3 | ตราด | 7 | 29 | 200 |
| 4 | นครนายก | 4 | 15 | 79 |
| 5 | ประจวบคีรีขันธ์ | 8 | 44 | 314 |
| 6 | ปราจีนบุรี | 5 | 22 | 125 |
| 7 | เพชรบุรี | 8 | 38 | 184 |
| 8 | ราชบุรี | 6 | 23 | 160 |
| 9 | สระแก้ว | 9 | 49 | 333 |
| 10 | สุพรรณบุรี | 7 | 30 | 104 |
| 11 | ฉะเชิงเทรา | 3 | 5 | 26 |
| 12 | ชลบุรี | 11 | 25 | 38 |
| 13 | ชัยนาท | 8 | 15 | 17 |
| 14 | นนทบุรี | 5 | 9 | 11 |
| 15 | พระนครศรีอยุธยา | 13 | 20 | 24 |
| 16 | ระยอง | 3 | 12 | 32 |
| 17 | สมุทรปราการ | 4 | 10 | 19 |
| 18 | สมุทรสงคราม | 3 | 21 | 45 |
| 19 | สมุทรสาคร | 3 | 16 | 31 |
| 20 | สระบุรี | 13 | 20 | 21 |
| 21 | สิงห์บุรี | 5 | 9 | 9 |
| 22 | อ่างทอง | 7 | 15 | 17 |
| 23 | ลพบุรี | 11 | 24 | 30 |
| 24 | นครปฐม | 5 | 11 | 11 |
| 25 | ปทุมธานี | 6 | 11 | 11 |
ตารางที่ 2 หมู่บ้าน อพป. ในความรับผิดชอบของ กอ.รมน.ภาค 2 (ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ)
| ลำดับ | จังหวัด | อำเภอ | ตำบล | หมู่บ้าน อพป. |
|---|---|---|---|---|
| 1 | สกลนคร | 18 | 86 | 304 |
| 2 | กาฬสินธุ์ | 18 | 88 | 279 |
| 3 | ขอนแก่น | 15 | 50 | 136 |
| 4 | หนองคาย | 9 | 53 | 228 |
| 5 | เลย | 14 | 77 | 439 |
| 6 | อำนาจเจริญ | 6 | 32 | 171 |
| 7 | นครพนม | 10 | 74 | 391 |
| 8 | ชัยภูมิ | 16 | 84 | 234 |
| 9 | นครราชสีมา | 15 | 70 | 229 |
| 10 | หนองบัวลำภู | 6 | 41 | 121 |
| 11 | มุกดาหาร | 7 | 52 | 320 |
| 12 | อุดรธานี | 20 | 74 | 221 |
| 13 | อุบลราชธานี | 14 | 78 | 409 |
| 14 | บุรีรัมย์ | 10 | 56 | 239 |
| 15 | มหาสารคาม | 12 | 43 | 53 |
| 16 | สุรินทร์ | 17 | 88 | 310 |
| 17 | ยโสธร | 9 | 61 | 210 |
| 18 | ศรีสะเกษ | 5 | 60 | 305 |
| 19 | ร้อยเอ็ด | 15 | 70 | 211 |
| 20 | บึงกาฬ | 8 | 50 | 222 |
ตารางที่ 3 หมู่บ้าน อพป. ในความรับผิดชอบของ กอ.รมน.ภาค 3 (ภาคเหนือ)
| ลำดับ | จังหวัด | อำเภอ | ตำบล | หมู่บ้าน อพป. |
|---|---|---|---|---|
| 1 | กำแพงเพชร | 11 | 43 | 141 |
| 2 | เชียงราย | 15 | 63 | 390 |
| 3 | เชียงใหม่ | 15 | 60 | 305 |
| 4 | ตาก | 9 | 48 | 302 |
| 5 | นครสวรรค์ | 11 | 34 | 58 |
| 6 | น่าน | 15 | 83 | 439 |
| 7 | พิษณุโลก | 6 | 35 | 213 |
| 8 | เพชรบูรณ์ | 11 | 63 | 209 |
| 9 | แม่ฮ่องสอน | 7 | 44 | 321 |
| 10 | ลำปาง | 12 | 38 | 97 |
| 11 | แพร่ | 8 | 40 | 137 |
| 12 | อุตรดิตถ์ | 8 | 26 | 141 |
| 13 | อุทัยธานี | 8 | 51 | 162 |
| 14 | พะเยา | 6 | 26 | 167 |
| 15 | ลำพูน | 8 | 30 | 109 |
| 16 | สุโขทัย | 9 | 27 | 58 |
| 17 | พิจิตร | 12 | 37 | 57 |
ตารางที่ 4 หมู่บ้าน อพป. ในความรับผิดชอบของ กอ.รมน.ภาค 4 (ภาคใต้)
| ลำดับ | จังหวัด | อำเภอ | ตำบล | หมู่บ้าน อพป. |
|---|---|---|---|---|
| 1 | นครศรีธรรมราช | 23 | 138 | 433 |
| 2 | กระบี่ | 8 | 41 | 134 |
| 3 | ชุมพร | 8 | 51 | 191 |
| 4 | นราธิวาส | 13 | 75 | 448 |
| 5 | สงขลา | 12 | 73 | 373 |
| 6 | สตูล | 7 | 35 | 275 |
| 7 | ยะลา | 8 | 56 | 343 |
| 8 | สุราษฎร์ธานี | 17 | 91 | 368 |
| 9 | พังงา | 8 | 43 | 121 |
| 10 | พัทลุง | 11 | 65 | 355 |
| 11 | ตรัง | 10 | 80 | 330 |
| 12 | ปัตตานี | 12 | 108 | 405 |
| 13 | ระนอง | 5 | 29 | 154 |
| 14 | ภูเก็ต | 3 | 11 | 18 |
|
ข้อควรระวัง — ตัวเลขล่าสุดสูงกว่าชุดข้อมูลปี 2561
•ตัวเลข 14,590 หมู่บ้าน เป็นข้อมูลรวมระดับประเทศชุดล่าสุดที่กรมการปกครองเผยแพร่เป็นทางการ (16 พ.ย. 2561) ยังไม่รวมหมู่บ้าน อพป. ที่ประกาศจัดตั้งเพิ่มเติมภายหลังจากนั้น
•จากการสืบค้นประกาศในราชกิจจานุเบกษาเพิ่มเติม พบว่าในปี 2567 มีการประกาศจัดตั้งหมู่บ้าน อพป. เพิ่มอีกอย่างน้อย 193 หมู่บ้าน ทำให้ยอดรวมทั่วประเทศ ณ ปัจจุบันน่าจะสูงกว่า 14,590 หมู่บ้าน (ยังไม่นับรวมประกาศในช่วงปี 2562–2566 และปี 2568 เป็นต้นไปที่อาจมีเพิ่มเติมอีก)
•เนื่องจากราชกิจจานุเบกษาประกาศเป็นรายฉบับ ไม่ได้สรุปยอดรวมทั่วประเทศให้ในคราวเดียว ผู้ที่ต้องการรายชื่อหมู่บ้าน/จังหวัดที่แน่นอนของประกาศปี 2567 และปีถัดไป ควรสืบค้นเพิ่มเติมด้วยตนเองที่ https://ratchakitcha.soc.go.th/search-result โดยใช้คำค้นหา “ตั้งหมู่บ้านอาสาพัฒนาและป้องกันตนเอง” พร้อมระบุช่วงปี พ.ศ. ที่ต้องการ
•สามารถสอบถามรายชื่อหมู่บ้าน อพป. ในจังหวัดของตนได้โดยตรงที่ กอ.รมน.จังหวัด หรือที่ทำการปกครองอำเภอ
|
5. จุดเชื่อมโยงสำคัญ: อพป. กับทุน “เพชรในตม” มศว
สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ที่มีภูมิลำเนาอยู่ในหมู่บ้าน อพป. ตามที่กล่าวมาข้างต้น ข้อมูลนี้ไม่ได้มีความหมายเพียงในเชิงประวัติศาสตร์หรือการปกครองเท่านั้น แต่ยังเป็น “คุณสมบัติหลัก” ที่เปิดโอกาสให้สมัครเข้าร่วม โครงการเพชรในตม ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการผลิตครูที่มีประวัติยาวนานที่สุดของประเทศไทย ดำเนินการโดยคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) ร่วมกับกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) และกระทรวงศึกษาธิการ มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2529
โครงการนี้มีวิสัยทัศน์ “ร่วมสร้างครูคุณภาพ เพื่อพัฒนาท้องถิ่นอย่างยั่งยืน” โดยมุ่งผลิตครูที่มีภูมิลำเนาในพื้นที่ห่างไกลหรือพื้นที่เสี่ยงด้านความมั่นคงให้กลับไปเป็นครูพัฒนาการศึกษาในบ้านเกิดของตนเอง เพื่อช่วยลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาในพื้นที่ห่างไกลของประเทศ ปัจจุบันดำเนินมาแล้วกว่า 41 รุ่น และในปีการศึกษา 2570 นี้เปิดรับสมัครรุ่นที่ 42 หลักสูตรการศึกษาบัณฑิต (กศ.บ.) สาขาวิชาการประถมศึกษา
|
สิทธิประโยชน์ของโครงการเพชรในตม
•เรียนฟรีตลอดหลักสูตร
•มีที่พักฟรีตลอดระยะเวลาการศึกษา
•เมื่อสำเร็จการศึกษา ได้รับการบรรจุเป็นข้าราชการครูทันทีในภูมิลำเนาของตนเอง
|
6. คุณสมบัติผู้สมัครทุนเพชรในตม รุ่นที่ 42 ปีการศึกษา 2570
- ภูมิลำเนา — ผู้สมัครและบิดา/มารดา หรือผู้ปกครอง ต้องมี หรือเคยมีภูมิลำเนาอยู่ในหมู่บ้านอาสาพัฒนาและป้องกันตนเอง (อพป.) และต้องได้รับการรับรองสถานะจาก กอ.รมน.จังหวัด ในพื้นที่นั้น ๆ
- สถานะการศึกษา — กำลังศึกษาอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 หรือสำเร็จการศึกษาในปีการศึกษานั้น ๆ
- ผลการเรียน — คะแนนเฉลี่ยสะสม (GPAX) 5 ภาคเรียน ไม่ต่ำกว่า 2.75
- รายได้ครอบครัว — เป็นผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์ โดยรายได้ครอบครัวไม่เกิน 360,000 บาทต่อปี (ยกเว้นพื้นที่ในความรับผิดชอบของ กอ.รมน.ภาค 1 ที่กำหนดเพดานรายได้ไม่เกิน 520,000 บาทต่อปี)
- ผลคะแนนสอบ — ต้องมีผลคะแนน TGAT, TPAT5 และ A-Level รายวิชาภาษาไทย สังคมศึกษา คณิตศาสตร์ 1 และภาษาอังกฤษ ตามเกณฑ์ที่มหาวิทยาลัยกำหนดในแต่ละปี
หมายเหตุ: รายละเอียดคุณสมบัติและเกณฑ์คะแนนของรุ่นที่ 42 อาจมีการปรับปรุงจากรุ่นก่อนหน้า ผู้สนใจควรติดตามประกาศฉบับเต็มอย่างเป็นทางการจากเว็บไซต์รับสมัครของมหาวิทยาลัย ก่อนยื่นใบสมัครทุกครั้ง
7. กำหนดการรับสมัคร TCAS70 ที่เกี่ยวข้องกับ มศว
โครงการเพชรในตมเป็นส่วนหนึ่งของระบบการคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาต่อในสถาบันอุดมศึกษา (TCAS) ปีการศึกษา 2570 ของมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ซึ่งแบ่งเป็น 4 รอบหลัก โดยจากข้อมูลของรุ่นก่อนหน้าและปฏิทิน TCAS70 ของมหาวิทยาลัย คาดว่าโครงการเพชรในตมจะเปิดรับสมัครในช่วงรอบที่ 2 โควตา (Quota) ราวเดือนมีนาคม 2570 ทั้งนี้กำหนดการที่แน่นอนของแต่ละขั้นตอน (รับสมัคร ประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ์สอบสัมภาษณ์ สอบสัมภาษณ์ และประกาศผลผู้ผ่านการคัดเลือก) ยังอยู่ระหว่างรอประกาศอย่างเป็นทางการจากคณะศึกษาศาสตร์ มศว
|
ปฏิทิน TCAS70 มศว ภาพรวม (สำหรับอ้างอิงกรอบเวลา)
•รอบที่ 1 Portfolio — รอบ 1.1 รับสมัคร 18 ส.ค.–16 ก.ย. 2569, รอบ 1.2 รับสมัคร 1 ธ.ค. 2569–16 ม.ค. 2570
•รอบที่ 2 Quota — สาขาที่สอบเดี่ยว รับสมัคร 15–22 ม.ค. 2570 / สาขาที่ใช้ TGAT/TPAT และ A-Level รับสมัคร 15–31 มี.ค. 2570 (กลุ่มนี้คาบเกี่ยวกับช่วงที่คาดว่าเพชรในตมจะเปิดรับ) ยืนยันสิทธิ์ผ่านระบบ mytcas วันที่ 3–4 พ.ค. 2570
•รอบที่ 3 Admission — ดำเนินการโดย ทปอ. รับสมัคร 7–11 พ.ค. 2570 (รอบเพิ่มเติม 12–13 พ.ค. 2570) สอบสัมภาษณ์ 1–2 มิ.ย. 2570
•รอบที่ 4 Direct Admission — รับสมัครโดยมหาวิทยาลัยโดยตรง รายละเอียดจะแจ้งให้ทราบภายหลัง
•หมายเหตุ: กำหนดการอาจมีการเปลี่ยนแปลง ควรตรวจสอบประกาศล่าสุดจาก admission.swu.ac.th และ mytcas.com อย่างสม่ำเสมอ
|
8. การเตรียมตัวสมัครทุนเพชรในตม
สำหรับนักเรียนและผู้ปกครองที่มีคุณสมบัติเบื้องต้นตรงตามเกณฑ์ ควรเริ่มเตรียมเอกสารและวางแผนล่วงหน้า ดังนี้
- ตรวจสอบสถานะหมู่บ้าน — ติดต่อผู้ใหญ่บ้าน กำนัน หรือที่ทำการปกครองอำเภอ เพื่อยืนยันว่าหมู่บ้านที่ตนหรือบิดามารดา/ผู้ปกครองมีภูมิลำเนาอยู่ เป็นหมู่บ้าน อพป. ตามประกาศกระทรวงมหาดไทยหรือไม่
- ขอหนังสือรับรอง — ยื่นคำร้องขอหนังสือรับรองภูมิลำเนาในหมู่บ้าน อพป. จาก กอ.รมน.จังหวัด ซึ่งเป็นเอกสารสำคัญที่ต้องแนบประกอบการสมัคร
- เตรียมเอกสารรายได้ครอบครัว — จัดเตรียมหนังสือรับรองรายได้ครอบครัวให้เป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนดของแต่ละพื้นที่ (กอ.รมน.ภาค 1 ใช้เกณฑ์ต่างจากภาคอื่น)
- ดูแลผลการเรียน — รักษาระดับ GPAX สะสมให้ไม่ต่ำกว่า 2.75 ตลอด 5 ภาคเรียน
- เตรียมสอบ TGAT/TPAT5/A-Level — วางแผนติวและสมัครสอบ TGAT, TPAT5 และ A-Level ในรายวิชาภาษาไทย สังคมศึกษา คณิตศาสตร์ 1 และภาษาอังกฤษ ให้ทันตามปฏิทินสอบของ ทปอ.
- ติดตามประกาศอย่างเป็นทางการ — ติดตามระเบียบการฉบับเต็มจากเว็บไซต์รับสมัคร มศว (admission.swu.ac.th) และเพจ กอ.รมน. ภาค 2 ซึ่งเป็นหน่วยประสานงานหลักของโครงการ
|
ช่องทางสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
•องค์ประกอบหมู่บ้าน อพป. (กอ.รมน.ภาค 2) โทร. 032-337870 หรือ 094-915-4145
•เว็บไซต์รับสมัคร มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ: admission.swu.ac.th
•ระบบ TCAS กลาง: mytcas.com
|
9. สรุปส่งท้าย
หมู่บ้าน อพป. เป็นกลไกที่รัฐใช้เชื่อมโยงมิติความมั่นคงเข้ากับการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนในระดับฐานราก และในปัจจุบันยังทำหน้าที่เป็นเกณฑ์คุณสมบัติสำคัญของทุนการศึกษาที่มีคุณค่าอย่างทุนเพชรในตม ซึ่งเปิดโอกาสให้เยาวชนจากพื้นที่ห่างไกลได้เรียนฟรี มีที่พักฟรี และกลับไปรับราชการครูพัฒนาบ้านเกิดของตนเอง นักเรียนและผู้ปกครองที่สนใจจึงควรตรวจสอบสถานะหมู่บ้านของตนให้แน่ชัด เตรียมเอกสารและผลการเรียนให้พร้อม และติดตามประกาศรับสมัครอย่างเป็นทางการของ มศว อย่างใกล้ชิด เพื่อไม่พลาดโอกาสสำคัญในรอบการรับสมัคร TCAS70 ปีการศึกษา 2570 นี้
แหล่งข้อมูลอ้างอิง: กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย (multi.dopa.go.th), คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ, กอ.รมน.ภาค 2, AdmissionPremium.com, Eduzones, DreamNestHub, ราชกิจจานุเบกษา (ratchakitcha.soc.go.th)
