เรียน ม.4–ม.6 ต่อเนื่องถึงปริญญาตรี! ทุน ม.ท.ศ. ดูแลค่าเล่าเรียน ค่าหอพัก ค่าครองชีพ–อุปกรณ์การเรียน

เรียน ม.4–ม.6 ต่อเนื่องถึงปริญญาตรี! ทุน ม.ท.ศ. ดูแลค่าเล่าเรียน ค่าหอพัก ค่าครองชีพ–อุปกรณ์การเรียน

หมายเหตุสำคัญ: บทความนี้จัดทำเพื่อการเตรียมความพร้อม โดยยึด “คู่มือและแผนปฏิบัติการการดำเนินงานโครงการทุนการศึกษาพระราชทาน ม.ท.ศ. ปี 2568” ซึ่งเป็นข้อมูลของรอบปีการศึกษา 2568 เป็นหลัก ข้อมูลดังกล่าว ไม่ใช่ประกาศรับสมัครหรือกำหนดการรับสมัครทุนของปีการศึกษาล่าสุด คุณสมบัติ จำนวนทุน กำหนดการ และรายละเอียดอื่น ๆ ของปีที่จะสมัคร ต้องตรวจสอบจากคู่มือและประกาศอย่างเป็นทางการของปีนั้นอีกครั้ง
🎓 ระดับการศึกษา

สนับสนุนการศึกษาตั้งแต่ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย (ม.4–ม.6) ต่อเนื่องถึงระดับปริญญาตรีหรือเทียบเท่า ตามเงื่อนไขของโครงการ

💰 ค่าครองชีพระดับปริญญาตรี

60,000 บาท/คน/ปี หรือเฉลี่ย 5,000 บาท/เดือน ตามอัตราที่ระบุในคู่มือปี 2568

🏠 ค่าหอพัก

จ่ายตามจริง ไม่เกิน 2,000 บาท/คน/เดือน หรือ 24,000 บาท/คน/ปี และต้องมีหลักฐานประกอบ

📚 หนังสือและอุปกรณ์การเรียน

10,000 บาท/คน/ปี สำหรับระดับปริญญาตรี ตามอัตราในคู่มือปี 2568

ทุนการศึกษาพระราชทาน ม.ท.ศ. เป็นโครงการที่สนับสนุนเด็กและเยาวชนไทยที่เรียนดี ประพฤติดี มีคุณธรรม และมีความพร้อมเข้ารับการฝึกและพัฒนาศักยภาพ โดยพระราชทานทุนตั้งแต่ระดับมัธยมศึกษาตอนปลายต่อเนื่องจนถึงระดับปริญญาตรีหรือเทียบเท่า ตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขของโครงการ

สำหรับผู้ที่ต้องการเตรียมตัวล่วงหน้า จุดสำคัญคือไม่ควรเตรียมเฉพาะผลการเรียน เพราะคู่มือปี 2568 กำหนดกรอบการพิจารณาไว้ 3 หลักเกณฑ์ ได้แก่ เกณฑ์เรียนดี เกณฑ์ความประพฤติดี และเกณฑ์ความพร้อมเข้ารับการฝึกและพัฒนาศักยภาพ โดยแต่ละด้านมีความสำคัญเท่าเทียมกัน ขณะที่ความยากจนหรือความยากลำบากเป็นเงื่อนไขสนับสนุนในการพิจารณา

ทุน ม.ท.ศ. คืออะไร?

โครงการทุนการศึกษาพระราชทาน ม.ท.ศ. มีจุดมุ่งหมายเพื่อสร้างโอกาสทางการศึกษาที่มั่นคงแก่เยาวชนไทยที่ประพฤติดีและมีความสามารถในการศึกษา โดยให้ได้รับโอกาสศึกษาต่อระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย และต่อเนื่องถึงระดับปริญญาตรีหรือเทียบเท่าตามความสามารถของแต่ละคน

ตามคู่มือปี 2568 โครงการมุ่งให้ผู้รับทุนศึกษาต่อในสาขาที่เป็นความต้องการของประเทศ สาขาขาดแคลน สาขาด้านการเกษตร สาขาด้านความมั่นคงในสายทหารและตำรวจ และสาขาที่นำไปสู่การมีอาชีพอย่างมั่นคง ทั้งยังมุ่งพัฒนาวินัย ทักษะชีวิต ทักษะอาชีพ และการทำประโยชน์ให้แก่ชุมชนและประเทศชาติ

กลุ่มเป้าหมายตามคู่มือปี 2568

สำหรับทุนพระราชทาน ม.ท.ศ. รุ่นที่ 17 ปีการศึกษา 2568 กลุ่มเป้าหมายระดับมัธยมศึกษาตอนปลายแบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มนักเรียนทั่วไปที่จบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ในปีการศึกษา 2567 ในพื้นที่จังหวัดต่าง ๆ ในภูมิภาคและกรุงเทพมหานคร และกลุ่มเฉพาะนักเรียนผู้รับทุนในโครงการกองทุนการศึกษาที่จบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ในปีการศึกษา 2567

คุณสมบัติสำคัญตามคู่มือปี 2568

คุณสมบัติด้านล่างเป็นคุณสมบัติของรอบปีการศึกษา 2568 และควรใช้เป็น “แนวทางเตรียมตัว” เท่านั้น

  1. เรียนดี: จบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ด้วยผลการเรียนดี มีคะแนนเฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 3.00 และสามารถเข้าเรียนต่อช่วงชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายในปีการศึกษา 2568 หรืออยู่ระหว่างการคัดเลือกและคาดว่าจะผ่านการคัดเลือกเข้าเรียนต่อได้
  2. มีความมุ่งมั่นในการศึกษา: มีความมุ่งมั่นและความสามารถที่จะเรียนจบช่วงชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย และมีความประสงค์ มุ่งมั่น และสามารถเรียนต่อเนื่องจนจบปริญญาตรีหรือเทียบเท่า รวมทั้งมีความใฝ่ฝันและเป้าหมายอาชีพในอนาคต
  3. มีสัญชาติไทย: นักเรียนต้องมีสัญชาติไทย และบิดา มารดาต้องมีสัญชาติไทย
  4. มีทัศนคติและความประพฤติตามเกณฑ์: มีทัศนคติที่ถูกต้องดีงาม มีความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์และประเทศชาติ มีความประพฤติเรียบร้อย ไม่บกพร่องในศีลธรรมอันดี มีคุณลักษณะที่ดี มีภาวะผู้นำ และมีจิตอาสา
  5. มีสุขภาพและสภาวะทางจิตพร้อม: มีสุขภาพร่างกายแข็งแรงสมบูรณ์และมีสภาวะทางจิตเป็นปกติ
  6. รับรู้และยอมรับเงื่อนไขของทุน: ผู้เข้ารับการคัดเลือกต้องรับรู้ข้อมูลโครงการทุน ม.ท.ศ. เข้าใจหลักเกณฑ์และเงื่อนไข และพร้อมเข้ารับการฝึกและพัฒนาศักยภาพต่อเนื่องตลอดระยะเวลาที่รับทุน โดยต้องได้รับความยินยอมจากบิดา มารดา หรือผู้ปกครอง และมีครูรับรู้ร่วมด้วย
ตัวเลขสำคัญ: เกณฑ์ผลการเรียนที่คู่มือปี 2568 ระบุคือ คะแนนเฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 3.00 ไม่ใช่ 3.25 หรือ 3.50 และกรอบการพิจารณาหลักมี 3 ด้าน คือ เรียนดี – ประพฤติดี – พร้อมเข้ารับการฝึกและพัฒนาศักยภาพ

คัดเลือกอย่างไร? ไม่ได้ดูเฉพาะเกรด

คู่มือปี 2568 ระบุว่าการคัดเลือก คัดสรร และคัดกรองใช้กลไกระดับพื้นที่ โดยมีคณะกรรมการคัดเลือก คัดสรรระดับจังหวัดร่วมกับกลไกศึกษาธิการภาค จากนั้นมีการกลั่นกรองตามขั้นตอนของโครงการ

กระบวนการยังมีการลงพื้นที่เยี่ยมบ้านเพื่อสอบทานข้อมูลเชิงประจักษ์ รวมถึงสอบทานทัศนคติที่ถูกต้องดีงาม ความสมัครใจของนักเรียน และการรับรู้หลักเกณฑ์และเงื่อนไขของนักเรียนและผู้ปกครอง นอกจากนี้ ในกระบวนการปี 2568 มีการประเมินความเครียดและภาวะซึมเศร้าตามแบบประเมินของกรมสุขภาพจิต

เตรียมตัวอย่างไร หากต้องการเข้าสู่กระบวนการในอนาคต?

1. รักษาผลการเรียนให้ได้ตามเกณฑ์

สำหรับรอบปี 2568 คู่มือกำหนดคะแนนเฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 3.00 หลังจบ ม.3 ดังนั้นผู้ที่สนใจควรรักษาผลการเรียนตั้งแต่ ม.1–ม.3 และไม่ควรรอให้ถึงช่วงสมัครแล้วจึงเร่งปรับผลการเรียน

2. สะสมผลงานและหลักฐานที่ตรวจสอบได้

ควรเก็บหลักฐานที่สะท้อนความสามารถ ความประพฤติ คุณธรรม ภาวะผู้นำ และจิตอาสาอย่างเป็นระบบ เช่น เกียรติบัตร ผลงาน และหลักฐานการเข้าร่วมกิจกรรมต่าง ๆ โดยต้องเป็นข้อมูลจริงและตรวจสอบได้

3. วางแผนการเรียนต่อและอาชีพ

แบบรายงานของโครงการให้ข้อมูลเกี่ยวกับการเข้าเรียนต่อ ม.4 หรือ ปวช.1 รวมถึงความมุ่งมั่นในการเรียนต่อระดับปริญญาตรีหรือเทียบเท่า คณะที่สนใจ สาขาวิชา มหาวิทยาลัย และอาชีพที่ใฝ่ฝัน ดังนั้นควรเริ่มวางเป้าหมายตั้งแต่ก่อนถึงช่วงคัดเลือก

4. เตรียมเอกสารส่วนบุคคลและครัวเรือน

ตามคู่มือปี 2568 มีหลักฐานประกอบ เช่น สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของนักเรียน บิดา มารดา และผู้ปกครอง สำเนาทะเบียนบ้านของผู้เกี่ยวข้อง หลักฐานการจบชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นและผลการเรียน ใบรับรองความประพฤติ และหลักฐานการเข้าเรียนต่อหรือการเป็นนักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ม.4 หรือ ปวช.1 รวมถึงข้อมูลและหลักฐานเกี่ยวกับครัวเรือนตามแบบรายงาน

5. เตรียมครอบครัวให้พร้อมสำหรับการตรวจสอบข้อมูล

การเยี่ยมบ้านและการสอบทานข้อมูลเชิงประจักษ์เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการ จึงควรจัดเตรียมข้อมูลสภาพความเป็นอยู่และข้อมูลครัวเรือนให้ตรงกับข้อเท็จจริงและสามารถตรวจสอบได้

อัตราเงินทุนพระราชทานตามคู่มือปี 2568

ระดับการศึกษา อัตราตามคู่มือปี 2568
มัธยมศึกษาตอนปลาย สายสามัญ 21,000 บาท/คน/ปี แบ่งเป็นค่าครองชีพ 15,000 บาท/คน/ปี หรือเฉลี่ยเดือนละ 1,250 บาท และค่าวัสดุอุปกรณ์การเรียน 6,000 บาท/คน/ปี
มัธยมศึกษาตอนปลาย สายอาชีพ 25,000 บาท/คน/ปี แบ่งเป็นค่าครองชีพ 15,000 บาท/คน/ปี หรือเฉลี่ยเดือนละ 1,250 บาท และค่าวัสดุอุปกรณ์การเรียนการฝึก 10,000 บาท/คน/ปี
ปริญญาตรีหรือเทียบเท่า ครอบคลุม 4 หมวด ได้แก่ ค่าใช้จ่ายด้านการศึกษาและเกี่ยวเนื่องกับการศึกษา ค่าหอพัก ค่าหนังสือและอุปกรณ์การเรียน และค่าครองชีพ

สำหรับระดับปริญญาตรีหรือเทียบเท่า ค่าใช้จ่ายด้านการศึกษาและเกี่ยวเนื่องกับการศึกษาครอบคลุมค่าหน่วยกิต ค่าธรรมเนียมบำรุงการศึกษา และค่าใช้จ่ายอื่นที่สถาบันการศึกษาเรียกเก็บโดยตรงจากผู้เรียน โดยโครงการสนับสนุนตามจำนวนค่าใช้จ่ายจริงที่มหาวิทยาลัยหรือสถาบันการศึกษาเรียกเก็บ

ค่าหอพักสำหรับผู้ที่ต้องเช่าหอพัก ตามคู่มือปี 2568 จ่ายตามจริงแต่ไม่เกิน 2,000 บาท/คน/เดือน หรือ 24,000 บาท/คน/ปี และต้องมีหลักฐานประกอบ ส่วนค่าหนังสือและอุปกรณ์การเรียนอยู่ที่ 10,000 บาท/คน/ปี และค่าครองชีพอยู่ที่ 60,000 บาท/คน/ปี หรือเฉลี่ย 5,000 บาท/คน/เดือน

ทุนมีเงื่อนไขและมีการทำสัญญารับทุน

คู่มือระบุถึงการทำสัญญารับทุนและชดใช้ทุน และผู้รับทุนต้องอยู่ภายใต้หลักเกณฑ์ ระเบียบ ข้อบังคับ และเงื่อนไขของโครงการ

ระหว่างรับทุน นักเรียนต้องปฏิบัติตามระเบียบของสถานศึกษาและโครงการ ตั้งใจศึกษา มีความรับผิดชอบ รักษาความประพฤติ มีวินัย มีจิตอาสา และเข้ารับการฝึกและพัฒนาศักยภาพตามที่โครงการกำหนด หากไม่ดำเนินการตามเงื่อนไขของโครงการ อาจต้องชดใช้คืนเงินทุนพระราชทานตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด

การศึกษาต่อระดับปริญญาตรีตามคู่มือปี 2568

สำหรับนักเรียนทุนรุ่นที่ 14 ที่จะศึกษาต่อระดับปริญญาตรีหรือเทียบเท่าในปีการศึกษา 2568 คู่มือกำหนดให้สถานศึกษาและหลักสูตรเป็นไปตามเงื่อนไขของโครงการ โดยหลักสูตรต้องเป็นหลักสูตรปกติระดับปริญญาตรี และสำหรับสถานศึกษาของรัฐหรือในกำกับของรัฐต้องเป็นระบบปิด ทั้งยังมีข้อจำกัดเกี่ยวกับหลักสูตรภาคพิเศษ หลักสูตรนานาชาติที่เรียนร่วมในประเทศและต่างประเทศ หลักสูตรที่มีมากกว่าหนึ่งปริญญา และหลักสูตรควบระดับปริญญาตรีและปริญญาโท

คู่มือปี 2568 มีข้อยกเว้นสำหรับนักเรียนทุนที่ได้รับคัดเลือกให้เข้าศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยรังสิตตามทุนที่มหาวิทยาลัยรังสิตทูลเกล้าฯ ถวายสำหรับนักเรียนทุน ม.ท.ศ. โดยรายละเอียดเป็นไปตามเงื่อนไขที่โครงการกำหนด

ตัวเลขและข้อมูลสำคัญของรอบปี 2568

คู่มือปี 2568 ระบุว่าเป็นการคัดเลือกนักเรียนทุนพระราชทาน ม.ท.ศ. รุ่นที่ 17 โดยกระบวนการกลั่นกรองมี 18 ภาคการศึกษา และในขั้นตอนการพิจารณาผลการคัดเลือก คู่มือระบุข้อมูลจาก 18 ภาคการศึกษา จำนวน 144 ราย จาก สพฐ. ในพื้นที่กรุงเทพมหานครจำนวน 2 ราย และกลุ่มจากโครงการกองทุนการศึกษา ก่อนเข้าสู่กระบวนการพิจารณาภายใต้ระบบ ม.ท.ศ.

ต่อมาในขั้นตอนสุดท้ายของปี 2568 สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติรายงานว่า คณะกรรมการ ม.ท.ศ. เห็นชอบรายชื่อนักเรียนผู้ผ่านการคัดเลือกจากทุกกลุ่มเป้าหมายรวม 180 ราย และมีการพระราชทานทุนแก่ผู้ได้รับการอนุมัติเป็นนักเรียนทุน ม.ท.ศ. รุ่นที่ 17 ในเดือนธันวาคม 2568

ข้อควรระวังในการนำข้อมูลไปเผยแพร่ต่อสำหรับสื่ออื่น ๆ : ตัวเลข 180 ราย เป็นผลการดำเนินงานของรอบปี 2568 ที่เกิดขึ้นแล้ว ไม่ควรนำไปเขียนว่าเป็น “จำนวนทุนปีล่าสุด” หรือ “จำนวนทุนที่จะเปิดรับปีถัดไป” จนกว่าจะมีประกาศหรือคู่มือของปีนั้นยืนยัน

สรุปสำหรับผู้ที่กำลังเตรียมตัว

หากต้องการเตรียมตัวสำหรับทุน ม.ท.ศ. สิ่งที่ควรสร้างตั้งแต่วันนี้คือ ผลการเรียนที่ดี ความประพฤติและคุณธรรมที่ตรวจสอบได้ จิตอาสาและภาวะผู้นำ เป้าหมายการศึกษาที่ชัดเจน เอกสารและข้อมูลครัวเรือนที่เป็นจริง และความพร้อมที่จะปฏิบัติตามเงื่อนไขของทุน

อย่างไรก็ตาม ไม่ควรนำรายละเอียดของปี 2568 ไปถือเป็นเกณฑ์สมัครของปีการศึกษาล่าสุดโดยอัตโนมัติ เพราะคุณสมบัติ จำนวนทุน ขั้นตอน และกำหนดการอาจมีการกำหนดใหม่ในแต่ละปี ผู้สนใจควรตรวจสอบประกาศและคู่มือฉบับล่าสุดจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนดำเนินการทุกครั้ง

คู่มือแผนปฏิบัติการทุน ม.ท.ศ. ปี 2568

ผู้สนใจสามารถเปิดอ่าน “คู่มือและแผนปฏิบัติการการดำเนินงานโครงการทุนการศึกษาพระราชทาน ม.ท.ศ. ปี 2568” ฉบับเต็มได้โดยตรงจากเว็บไซต์ของหน่วยงานการศึกษาภาครัฐ

คลิกอ่านคู่มือและแผนปฏิบัติการทุน ม.ท.ศ. ปี 2568 ฉบับเต็ม

แหล่งข้อมูลหลัก
1. คู่มือและแผนปฏิบัติการการดำเนินงานโครงการทุนการศึกษาพระราชทาน ม.ท.ศ. ปี 2568
2. สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และหน่วยงานภาครัฐที่เผยแพร่เอกสารโครงการ
3. เว็บไซต์ Education Lovers: https://educationlovers.net/scholarship-85/
สถานะบทความ: ใช้ข้อมูลปี 2568 เพื่อการเตรียมความพร้อมเท่านั้น ไม่ใช่ประกาศรับสมัครทุนของปีการศึกษาล่าสุด

You may also like...