ต้องเช็กด่วน! รู้จัก กว่า 14,500 หมู่บ้าน อพป.ทั่วประเทศ ก่อนสมัครรับทุนเพชรในตม มศว รุ่นที่ 42 ปีการศึกษา 2570

ต้องเช็กด่วน! รู้จัก กว่า 14,500 หมู่บ้าน อพป.ทั่วประเทศ

ก่อนสมัครรับทุนเพชรในตม มศว รุ่นที่ 42 ปีการศึกษา 2570

สรุปประเด็นสำคัญ
หมู่บ้าน อพป. คือหมู่บ้านที่กระทรวงมหาดไทยประกาศจัดตั้งตาม พ.ร.บ.จัดระเบียบบริหารหมู่บ้าน อพป. พ.ศ. 2522 เพื่อเสริมความมั่นคงและพัฒนาคุณภาพชีวิตในพื้นที่เสี่ยง
ข้อมูลรวมอย่างเป็นทางการชุดล่าสุดที่กรมการปกครองเผยแพร่ (16 พ.ย. 2561) มีหมู่บ้าน อพป. ทั้งสิ้น 14,590 หมู่บ้าน ใน 76 จังหวัด 735 อำเภอ 3,511 ตำบล และเมื่อสืบค้นราชกิจจานุเบกษาเพิ่มเติมพบว่ามีประกาศจัดตั้งหมู่บ้าน อพป. เพิ่มอีกอย่างน้อย 193 หมู่บ้าน จากประกาศที่เผยแพร่ในปี 2567 สะท้อนว่าจำนวนหมู่บ้าน อพป. ทั่วประเทศยังคงเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง
นักเรียน ม.6 ที่มีภูมิลำเนา (ตนเองหรือบิดามารดา/ผู้ปกครอง) อยู่ในหมู่บ้าน อพป. คือกลุ่มเป้าหมายหลักของทุน “เพชรในตม” รุ่นที่ 42 ปีการศึกษา 2570 ของคณะศึกษาศาสตร์ มศว เรียนฟรี ที่พักฟรี จบแล้วบรรจุครูทันที

1. หมู่บ้าน อพป. คืออะไร

หมู่บ้านอาสาพัฒนาและป้องกันตนเอง หรือที่เรียกกันสั้น ๆ ว่า “หมู่บ้าน อพป.” เป็นหมู่บ้านที่ได้รับการประกาศจัดตั้งอย่างเป็นทางการโดยกระทรวงมหาดไทย ภายใต้พระราชบัญญัติจัดระเบียบบริหารหมู่บ้านอาสาพัฒนาและป้องกันตนเอง พ.ศ. 2522 ซึ่งมีผลบังคับใช้มาตั้งแต่วันที่ 10 พฤษภาคม 2522 โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเป็นผู้รักษาการตามกฎหมายฉบับนี้

แนวคิดเรื่องหมู่บ้าน อพป. มีที่มาย้อนไปถึงมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2517 ที่อนุมัติในหลักการให้ดำเนิน “โครงการอาสาพัฒนาและป้องกันตนเองแห่งชาติ” และเริ่มดำเนินการจริงตั้งแต่ปี 2518 เป็นต้นมา ก่อนจะถูกยกระดับเป็นกฎหมายในเวลาต่อมา เป้าหมายหลักคือการพัฒนาหมู่บ้านให้เข้มแข็งทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม การปกครอง และการรักษาความปลอดภัย พร้อมทั้งส่งเสริมให้ประชาชนในพื้นที่เข้ามามีส่วนร่วมดูแลความสงบเรียบร้อยและความมั่นคงภายในหมู่บ้านของตนเอง

ลักษณะเด่นที่ต่างจากหมู่บ้านทั่วไป

หมู่บ้าน อพป. ไม่ใช่หมู่บ้านที่ตั้งขึ้นใหม่ แต่เป็นหมู่บ้านตามกฎหมายลักษณะปกครองท้องที่ที่มีอยู่แล้ว ซึ่งถูกประเมินว่ามีความเสี่ยงด้านความมั่นคงหรือเผชิญปัญหาความมั่นคงรูปแบบใหม่ เช่น พื้นที่ชายแดน พื้นที่ห่างไกล หรือพื้นที่ที่เคยมีปัญหาความไม่สงบ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) จึงเสนอให้กระทรวงมหาดไทยประกาศยกระดับเป็นหมู่บ้าน อพป. เพื่อให้ได้รับการพัฒนาและการดูแลด้านความมั่นคงเป็นพิเศษควบคู่กันไป

2. ขั้นตอนและเกณฑ์การจัดตั้งหมู่บ้าน อพป.

ตามมาตรา 6 แห่งพระราชบัญญัติจัดระเบียบบริหารหมู่บ้าน อพป. พ.ศ. 2522 การจัดตั้งหมู่บ้าน อพป. ต้องยึดหมู่บ้านตามกฎหมายว่าด้วยลักษณะปกครองท้องที่เป็นหลัก กล่าวคือ ต้องเป็นหมู่บ้านที่จังหวัดประกาศรับรองตามกฎหมายปกครองท้องที่เรียบร้อยแล้วเท่านั้น จากนั้นจึงผ่านกระบวนการพิจารณาตามลำดับชั้น ได้แก่

  • ระดับพื้นที่/อำเภอ สำรวจและเสนอความเห็นเบื้องต้นว่าหมู่บ้านใดมีความเสี่ยงด้านความมั่นคงเข้าเกณฑ์
  • อำเภอแจ้งยืนยันหรือแก้ไขข้อมูลให้จังหวัดพิจารณา
  • จังหวัดแจ้งยืนยันหรือแก้ไขข้อมูลให้กระทรวงมหาดไทยเพื่อพิจารณาประกาศจัดตั้งเป็นหมู่บ้าน อพป. อย่างเป็นทางการต่อไป

เมื่อกระทรวงมหาดไทยลงนามประกาศแล้ว หมู่บ้านนั้นจะมีสถานะเป็นหมู่บ้าน อพป. อย่างสมบูรณ์ และยังคงมีการประกาศจัดตั้งหมู่บ้าน อพป. แห่งใหม่เพิ่มเติมอย่างต่อเนื่องแทบทุกปี โดยข้อมูลจากกรมการปกครองระบุว่าโดยเฉลี่ยมีการประกาศจัดตั้งหมู่บ้าน อพป. ใหม่ตามข้อเสนอของ กอ.รมน. ปีละประมาณ 65 หมู่บ้าน ตัวอย่างเช่น ในช่วงปลายปี 2566 มีการประกาศจัดตั้งหมู่บ้าน อพป. เพิ่มเติมในพื้นที่ภาคกลาง เช่น จังหวัดสิงห์บุรี และเมื่อสืบค้นประกาศในราชกิจจานุเบกษาต่อเนื่องมาถึงปี 2567 พบว่ามีการประกาศจัดตั้งหมู่บ้าน อพป. เพิ่มอีกอย่างน้อย 193 หมู่บ้าน ซึ่งยังไม่ได้รวมอยู่ในยอดรวม 14,590 หมู่บ้านของชุดข้อมูลปี 2561 ข้างต้น สะท้อนว่าบัญชีรายชื่อหมู่บ้าน อพป. ทั่วประเทศเป็นข้อมูลที่เปลี่ยนแปลง/เพิ่มขึ้นได้ตลอดเวลา ไม่ใช่บัญชีปิดตายตัว

3. ภารกิจของหมู่บ้าน อพป.

หมู่บ้าน อพป. ดำเนินภารกิจคู่ขนานกันสองด้านตามชื่อโครงการ คือ

  • ด้านการพัฒนา — ยกระดับคุณภาพชีวิต เศรษฐกิจ และความเป็นอยู่ของประชาชนในพื้นที่ เพื่อลดเงื่อนไขที่จะนำไปสู่ปัญหาความมั่นคง
  • ด้านการป้องกันตนเอง — ฝึกอบรมและจัดระเบียบให้ประชาชนในหมู่บ้านมีส่วนร่วมดูแลความสงบเรียบร้อยและเฝ้าระวังภัยความมั่นคงในพื้นที่ของตนเอง

การดำเนินงานในลักษณะนี้ทำให้หมู่บ้าน อพป. ส่วนใหญ่กระจุกตัวอยู่ในพื้นที่ชายแดน พื้นที่สูง หรือพื้นที่ที่เคยมีประวัติปัญหาความมั่นคงรูปแบบต่าง ๆ ของประเทศ

4. หมู่บ้าน อพป. กระจายอยู่ที่ใดบ้างทั่วประเทศ

ข้อมูลรวมหมู่บ้าน อพป. ที่กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย เผยแพร่ล่าสุด (ข้อมูล ณ วันที่ 16 พฤศจิกายน 2561) ระบุว่าทั่วประเทศมีหมู่บ้าน อพป. รวม 14,590 หมู่บ้าน กระจายอยู่ใน 76 จังหวัด 735 อำเภอ 3,511 ตำบล โดยแบ่งการดูแลตามพื้นที่รับผิดชอบของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) 4 ภาค ดังนี้

ภาพรวมจำนวนหมู่บ้าน อพป. แยกตามภาค กอ.รมน. (ข้อมูล ณ 16 พ.ย. 2561)
กอ.รมน.ภาค 1 (ภาคกลาง/ตะวันออก) — 25 จังหวัด 175 อำเภอ 580 ตำบล 2,304 หมู่บ้าน
กอ.รมน.ภาค 2 (ภาคอีสาน) — 20 จังหวัด 244 อำเภอ 1287 ตำบล 5,032 หมู่บ้าน
กอ.รมน.ภาค 3 (ภาคเหนือ) — 17 จังหวัด 171 อำเภอ 748 ตำบล 3,306 หมู่บ้าน
กอ.รมน.ภาค 4 (ภาคใต้) — 14 จังหวัด 145 อำเภอ 896 ตำบล 3,948 หมู่บ้าน
รวมทั้งประเทศ 76 จังหวัด 735 อำเภอ 3,511 ตำบล 14,590 หมู่บ้าน

ตารางที่ 1 หมู่บ้าน อพป. ในความรับผิดชอบของ กอ.รมน.ภาค 1 (ภาคกลางและภาคตะวันออก)

ลำดับ จังหวัด อำเภอ ตำบล หมู่บ้าน อพป.
1 กาญจนบุรี 13 63 244
2 จันทบุรี 8 44 219
3 ตราด 7 29 200
4 นครนายก 4 15 79
5 ประจวบคีรีขันธ์ 8 44 314
6 ปราจีนบุรี 5 22 125
7 เพชรบุรี 8 38 184
8 ราชบุรี 6 23 160
9 สระแก้ว 9 49 333
10 สุพรรณบุรี 7 30 104
11 ฉะเชิงเทรา 3 5 26
12 ชลบุรี 11 25 38
13 ชัยนาท 8 15 17
14 นนทบุรี 5 9 11
15 พระนครศรีอยุธยา 13 20 24
16 ระยอง 3 12 32
17 สมุทรปราการ 4 10 19
18 สมุทรสงคราม 3 21 45
19 สมุทรสาคร 3 16 31
20 สระบุรี 13 20 21
21 สิงห์บุรี 5 9 9
22 อ่างทอง 7 15 17
23 ลพบุรี 11 24 30
24 นครปฐม 5 11 11
25 ปทุมธานี 6 11 11

ตารางที่ 2 หมู่บ้าน อพป. ในความรับผิดชอบของ กอ.รมน.ภาค 2 (ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ)

ลำดับ จังหวัด อำเภอ ตำบล หมู่บ้าน อพป.
1 สกลนคร 18 86 304
2 กาฬสินธุ์ 18 88 279
3 ขอนแก่น 15 50 136
4 หนองคาย 9 53 228
5 เลย 14 77 439
6 อำนาจเจริญ 6 32 171
7 นครพนม 10 74 391
8 ชัยภูมิ 16 84 234
9 นครราชสีมา 15 70 229
10 หนองบัวลำภู 6 41 121
11 มุกดาหาร 7 52 320
12 อุดรธานี 20 74 221
13 อุบลราชธานี 14 78 409
14 บุรีรัมย์ 10 56 239
15 มหาสารคาม 12 43 53
16 สุรินทร์ 17 88 310
17 ยโสธร 9 61 210
18 ศรีสะเกษ 5 60 305
19 ร้อยเอ็ด 15 70 211
20 บึงกาฬ 8 50 222

ตารางที่ 3 หมู่บ้าน อพป. ในความรับผิดชอบของ กอ.รมน.ภาค 3 (ภาคเหนือ)

ลำดับ จังหวัด อำเภอ ตำบล หมู่บ้าน อพป.
1 กำแพงเพชร 11 43 141
2 เชียงราย 15 63 390
3 เชียงใหม่ 15 60 305
4 ตาก 9 48 302
5 นครสวรรค์ 11 34 58
6 น่าน 15 83 439
7 พิษณุโลก 6 35 213
8 เพชรบูรณ์ 11 63 209
9 แม่ฮ่องสอน 7 44 321
10 ลำปาง 12 38 97
11 แพร่ 8 40 137
12 อุตรดิตถ์ 8 26 141
13 อุทัยธานี 8 51 162
14 พะเยา 6 26 167
15 ลำพูน 8 30 109
16 สุโขทัย 9 27 58
17 พิจิตร 12 37 57

ตารางที่ 4 หมู่บ้าน อพป. ในความรับผิดชอบของ กอ.รมน.ภาค 4 (ภาคใต้)

ลำดับ จังหวัด อำเภอ ตำบล หมู่บ้าน อพป.
1 นครศรีธรรมราช 23 138 433
2 กระบี่ 8 41 134
3 ชุมพร 8 51 191
4 นราธิวาส 13 75 448
5 สงขลา 12 73 373
6 สตูล 7 35 275
7 ยะลา 8 56 343
8 สุราษฎร์ธานี 17 91 368
9 พังงา 8 43 121
10 พัทลุง 11 65 355
11 ตรัง 10 80 330
12 ปัตตานี 12 108 405
13 ระนอง 5 29 154
14 ภูเก็ต 3 11 18
ข้อควรระวัง — ตัวเลขล่าสุดสูงกว่าชุดข้อมูลปี 2561
ตัวเลข 14,590 หมู่บ้าน เป็นข้อมูลรวมระดับประเทศชุดล่าสุดที่กรมการปกครองเผยแพร่เป็นทางการ (16 พ.ย. 2561) ยังไม่รวมหมู่บ้าน อพป. ที่ประกาศจัดตั้งเพิ่มเติมภายหลังจากนั้น
จากการสืบค้นประกาศในราชกิจจานุเบกษาเพิ่มเติม พบว่าในปี 2567 มีการประกาศจัดตั้งหมู่บ้าน อพป. เพิ่มอีกอย่างน้อย 193 หมู่บ้าน ทำให้ยอดรวมทั่วประเทศ ณ ปัจจุบันน่าจะสูงกว่า 14,590 หมู่บ้าน (ยังไม่นับรวมประกาศในช่วงปี 2562–2566 และปี 2568 เป็นต้นไปที่อาจมีเพิ่มเติมอีก)
เนื่องจากราชกิจจานุเบกษาประกาศเป็นรายฉบับ ไม่ได้สรุปยอดรวมทั่วประเทศให้ในคราวเดียว ผู้ที่ต้องการรายชื่อหมู่บ้าน/จังหวัดที่แน่นอนของประกาศปี 2567 และปีถัดไป ควรสืบค้นเพิ่มเติมด้วยตนเองที่ https://ratchakitcha.soc.go.th/search-result โดยใช้คำค้นหา “ตั้งหมู่บ้านอาสาพัฒนาและป้องกันตนเอง” พร้อมระบุช่วงปี พ.ศ. ที่ต้องการ
สามารถสอบถามรายชื่อหมู่บ้าน อพป. ในจังหวัดของตนได้โดยตรงที่ กอ.รมน.จังหวัด หรือที่ทำการปกครองอำเภอ

5. จุดเชื่อมโยงสำคัญ: อพป. กับทุน “เพชรในตม” มศว

สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ที่มีภูมิลำเนาอยู่ในหมู่บ้าน อพป. ตามที่กล่าวมาข้างต้น ข้อมูลนี้ไม่ได้มีความหมายเพียงในเชิงประวัติศาสตร์หรือการปกครองเท่านั้น แต่ยังเป็น “คุณสมบัติหลัก” ที่เปิดโอกาสให้สมัครเข้าร่วม โครงการเพชรในตม ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการผลิตครูที่มีประวัติยาวนานที่สุดของประเทศไทย ดำเนินการโดยคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) ร่วมกับกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) และกระทรวงศึกษาธิการ มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2529

โครงการนี้มีวิสัยทัศน์ “ร่วมสร้างครูคุณภาพ เพื่อพัฒนาท้องถิ่นอย่างยั่งยืน” โดยมุ่งผลิตครูที่มีภูมิลำเนาในพื้นที่ห่างไกลหรือพื้นที่เสี่ยงด้านความมั่นคงให้กลับไปเป็นครูพัฒนาการศึกษาในบ้านเกิดของตนเอง เพื่อช่วยลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาในพื้นที่ห่างไกลของประเทศ ปัจจุบันดำเนินมาแล้วกว่า 41 รุ่น และในปีการศึกษา 2570 นี้เปิดรับสมัครรุ่นที่ 42 หลักสูตรการศึกษาบัณฑิต (กศ.บ.) สาขาวิชาการประถมศึกษา

สิทธิประโยชน์ของโครงการเพชรในตม
เรียนฟรีตลอดหลักสูตร
มีที่พักฟรีตลอดระยะเวลาการศึกษา
เมื่อสำเร็จการศึกษา ได้รับการบรรจุเป็นข้าราชการครูทันทีในภูมิลำเนาของตนเอง

6. คุณสมบัติผู้สมัครทุนเพชรในตม รุ่นที่ 42 ปีการศึกษา 2570

  • ภูมิลำเนา — ผู้สมัครและบิดา/มารดา หรือผู้ปกครอง ต้องมี หรือเคยมีภูมิลำเนาอยู่ในหมู่บ้านอาสาพัฒนาและป้องกันตนเอง (อพป.) และต้องได้รับการรับรองสถานะจาก กอ.รมน.จังหวัด ในพื้นที่นั้น ๆ
  • สถานะการศึกษา — กำลังศึกษาอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 หรือสำเร็จการศึกษาในปีการศึกษานั้น ๆ
  • ผลการเรียน — คะแนนเฉลี่ยสะสม (GPAX) 5 ภาคเรียน ไม่ต่ำกว่า 2.75
  • รายได้ครอบครัว — เป็นผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์ โดยรายได้ครอบครัวไม่เกิน 360,000 บาทต่อปี (ยกเว้นพื้นที่ในความรับผิดชอบของ กอ.รมน.ภาค 1 ที่กำหนดเพดานรายได้ไม่เกิน 520,000 บาทต่อปี)
  • ผลคะแนนสอบ — ต้องมีผลคะแนน TGAT, TPAT5 และ A-Level รายวิชาภาษาไทย สังคมศึกษา คณิตศาสตร์ 1 และภาษาอังกฤษ ตามเกณฑ์ที่มหาวิทยาลัยกำหนดในแต่ละปี

หมายเหตุ: รายละเอียดคุณสมบัติและเกณฑ์คะแนนของรุ่นที่ 42 อาจมีการปรับปรุงจากรุ่นก่อนหน้า ผู้สนใจควรติดตามประกาศฉบับเต็มอย่างเป็นทางการจากเว็บไซต์รับสมัครของมหาวิทยาลัย ก่อนยื่นใบสมัครทุกครั้ง

7. กำหนดการรับสมัคร TCAS70 ที่เกี่ยวข้องกับ มศว

โครงการเพชรในตมเป็นส่วนหนึ่งของระบบการคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาต่อในสถาบันอุดมศึกษา (TCAS) ปีการศึกษา 2570 ของมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ซึ่งแบ่งเป็น 4 รอบหลัก โดยจากข้อมูลของรุ่นก่อนหน้าและปฏิทิน TCAS70 ของมหาวิทยาลัย คาดว่าโครงการเพชรในตมจะเปิดรับสมัครในช่วงรอบที่ 2 โควตา (Quota) ราวเดือนมีนาคม 2570 ทั้งนี้กำหนดการที่แน่นอนของแต่ละขั้นตอน (รับสมัคร ประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ์สอบสัมภาษณ์ สอบสัมภาษณ์ และประกาศผลผู้ผ่านการคัดเลือก) ยังอยู่ระหว่างรอประกาศอย่างเป็นทางการจากคณะศึกษาศาสตร์ มศว

ปฏิทิน TCAS70 มศว ภาพรวม (สำหรับอ้างอิงกรอบเวลา)
รอบที่ 1 Portfolio — รอบ 1.1 รับสมัคร 18 ส.ค.–16 ก.ย. 2569, รอบ 1.2 รับสมัคร 1 ธ.ค. 2569–16 ม.ค. 2570
รอบที่ 2 Quota — สาขาที่สอบเดี่ยว รับสมัคร 15–22 ม.ค. 2570 / สาขาที่ใช้ TGAT/TPAT และ A-Level รับสมัคร 15–31 มี.ค. 2570 (กลุ่มนี้คาบเกี่ยวกับช่วงที่คาดว่าเพชรในตมจะเปิดรับ) ยืนยันสิทธิ์ผ่านระบบ mytcas วันที่ 3–4 พ.ค. 2570
รอบที่ 3 Admission — ดำเนินการโดย ทปอ. รับสมัคร 7–11 พ.ค. 2570 (รอบเพิ่มเติม 12–13 พ.ค. 2570) สอบสัมภาษณ์ 1–2 มิ.ย. 2570
รอบที่ 4 Direct Admission — รับสมัครโดยมหาวิทยาลัยโดยตรง รายละเอียดจะแจ้งให้ทราบภายหลัง
หมายเหตุ: กำหนดการอาจมีการเปลี่ยนแปลง ควรตรวจสอบประกาศล่าสุดจาก admission.swu.ac.th และ mytcas.com อย่างสม่ำเสมอ

8. การเตรียมตัวสมัครทุนเพชรในตม

สำหรับนักเรียนและผู้ปกครองที่มีคุณสมบัติเบื้องต้นตรงตามเกณฑ์ ควรเริ่มเตรียมเอกสารและวางแผนล่วงหน้า ดังนี้

  • ตรวจสอบสถานะหมู่บ้าน — ติดต่อผู้ใหญ่บ้าน กำนัน หรือที่ทำการปกครองอำเภอ เพื่อยืนยันว่าหมู่บ้านที่ตนหรือบิดามารดา/ผู้ปกครองมีภูมิลำเนาอยู่ เป็นหมู่บ้าน อพป. ตามประกาศกระทรวงมหาดไทยหรือไม่
  • ขอหนังสือรับรอง — ยื่นคำร้องขอหนังสือรับรองภูมิลำเนาในหมู่บ้าน อพป. จาก กอ.รมน.จังหวัด ซึ่งเป็นเอกสารสำคัญที่ต้องแนบประกอบการสมัคร
  • เตรียมเอกสารรายได้ครอบครัว — จัดเตรียมหนังสือรับรองรายได้ครอบครัวให้เป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนดของแต่ละพื้นที่ (กอ.รมน.ภาค 1 ใช้เกณฑ์ต่างจากภาคอื่น)
  • ดูแลผลการเรียน — รักษาระดับ GPAX สะสมให้ไม่ต่ำกว่า 2.75 ตลอด 5 ภาคเรียน
  • เตรียมสอบ TGAT/TPAT5/A-Level — วางแผนติวและสมัครสอบ TGAT, TPAT5 และ A-Level ในรายวิชาภาษาไทย สังคมศึกษา คณิตศาสตร์ 1 และภาษาอังกฤษ ให้ทันตามปฏิทินสอบของ ทปอ.
  • ติดตามประกาศอย่างเป็นทางการ — ติดตามระเบียบการฉบับเต็มจากเว็บไซต์รับสมัคร มศว (admission.swu.ac.th) และเพจ กอ.รมน. ภาค 2 ซึ่งเป็นหน่วยประสานงานหลักของโครงการ
ช่องทางสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
องค์ประกอบหมู่บ้าน อพป. (กอ.รมน.ภาค 2) โทร. 032-337870 หรือ 094-915-4145
เว็บไซต์รับสมัคร มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ: admission.swu.ac.th
ระบบ TCAS กลาง: mytcas.com

9. สรุปส่งท้าย

หมู่บ้าน อพป. เป็นกลไกที่รัฐใช้เชื่อมโยงมิติความมั่นคงเข้ากับการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนในระดับฐานราก และในปัจจุบันยังทำหน้าที่เป็นเกณฑ์คุณสมบัติสำคัญของทุนการศึกษาที่มีคุณค่าอย่างทุนเพชรในตม ซึ่งเปิดโอกาสให้เยาวชนจากพื้นที่ห่างไกลได้เรียนฟรี มีที่พักฟรี และกลับไปรับราชการครูพัฒนาบ้านเกิดของตนเอง นักเรียนและผู้ปกครองที่สนใจจึงควรตรวจสอบสถานะหมู่บ้านของตนให้แน่ชัด เตรียมเอกสารและผลการเรียนให้พร้อม และติดตามประกาศรับสมัครอย่างเป็นทางการของ มศว อย่างใกล้ชิด เพื่อไม่พลาดโอกาสสำคัญในรอบการรับสมัคร TCAS70 ปีการศึกษา 2570 นี้

แหล่งข้อมูลอ้างอิง: กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย (multi.dopa.go.th), คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ, กอ.รมน.ภาค 2, AdmissionPremium.com, Eduzones, DreamNestHub, ราชกิจจานุเบกษา (ratchakitcha.soc.go.th)

You may also like...