กสศ. กางตัวเลขชุบชีวิต! “ทุนเสมอภาค” อุ้มเด็กยากจนพิเศษ 1.39 ล้านคน เดินหน้าเรียนต่อ-คงอยู่ในระบบสูงถึง 97%

กสศ. เผย “ทุนเสมอภาค” สร้างหลักประกันโอกาส ช่วยเด็กยากจนพิเศษ 1.39 ล้านคน ไม่หลุดจากระบบการศึกษา ชี้ผลลัพธ์สุดสะท้อนใจ อัตราคงอยู่สูงถึง 97% ดันเด็ก ม.3 เรียนต่อมหาวิทยาลัยสำเร็จกว่า 2 หมื่นคน พร้อมกางแนวทางคัดกรองเชิงรุกสำหรับผู้ปกครองและโรงเรียนทั่วประเทศ
สำนักข่าวการศึกษาไทย– กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) เปิดเผยความสำเร็จในการดำเนินงาน “เงินอุดหนุนทุนเสมอภาค” ซึ่งเปรียบเสมือนหลักประกันโอกาสทางการศึกษาที่ช่วยประคับประคองเด็กนักเรียนยากจนพิเศษระดับร้อยละ 15 ล่างสุดของประเทศ ตั้งแต่ระดับชั้นอนุบาลจนถึงมัธยมศึกษาตอนต้น จำนวนรวมกว่า 1,392,323 คน จากสถานศึกษา 28,927 แห่งทั่วประเทศ ให้สามารถเรียนต่อได้ตามความฝัน โดยไม่ลุดออกจากระบบเพราะปัญหาวิกฤตค่าใช้จ่ายในครัวเรือน ค่าเดินทาง หรือค่าอาหาร พร้อมส่งต่อโอกาสสู่ระดับอุดมศึกษาได้อย่างเป็นรูปธรรม
จากการติดตามผลสัมฤทธิ์พบตัวเลขที่น่าสนใจว่า นักเรียนยากจนพิเศษที่ได้รับทุนเสมอภาคมีอัตราการคงอยู่ในระบบการศึกษาสูงถึงร้อยละ 97.08 ช่วยเพิ่มอัตราการมาเรียนเฉลี่ย 7–12 วันต่อภาคเรียน โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กอายุ 6–11 ปี ที่มีพัฒนาการทางร่างกายดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด นอกจากนี้ ในปีการศึกษา 2564 มีนักเรียนกลุ่มนี้ที่จบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 จำนวน 167,989 คน สามารถฝ่าฟันอุปสรรคจนเข้าสู่รั้วมหาวิทยาลัยและยืนยันสิทธิ์ในระบบ TCAS68 ได้ถึง 21,079 คน หรือคิดเป็นร้อยละ 12.55 ซึ่งสะท้อนว่าการจัดสรรความช่วยเหลือที่ตรงเป้าหมายสามารถเปลี่ยนเส้นทางชีวิตของเด็กกลุ่มเสี่ยงได้อย่างแท้จริง
สำหรับ กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) จัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา พ.ศ. 2561 มีหน้าที่รับผิดชอบโดยตรงในการสร้างความเสมอภาคทางการศึกษา ช่วยเหลือผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์ ลดความเหลื่อมล้ำ ตลอดจนเสริมสร้างและพัฒนาคุณภาพประสิทธิภาพครู โดยมีวิธีการช่วยเหลือเด็กผ่าน “นวัตกรรมการคัดกรองความยากจนด้วยวิธีการวัดรายได้ทางอ้อม” (Proxy Means Test: PMT) ซึ่งเป็นการบูรณาการข้อมูลเชิงลึกร่วมกับสถานศึกษา 6 สสังกัดทั่วประเทศ โดยใช้กลไกของเครือข่ายครูแกนนำและครูประจำชั้นกว่า 400,000 คน ลงพื้นที่เยี่ยมบ้าน ค้นหา และคัดกรองเด็กนักเรียน เพื่อให้เงินอุดหนุนช่วยเหลือส่งตรงถึงมือเด็กและครอบครัวที่มีความจำเป็นวิกฤตมากที่สุด
แนวทางการรับความช่วยเหลือสำหรับผู้ปกครองและนักเรียน:
ไม่ต้องสมัครด้วยตนเอง: เนื่องจากทุนเสมอภาคใช้ระบบการคัดกรองเชิงรุกผ่านสถานศึกษา ผู้ปกครองและนักเรียนที่ประสบปัญหาขาดแคลนทุนทรัพย์ สามารถแจ้งข้อมูลความเดือดร้อนโดยตรงแก่คุณครูประจำชั้นหรือผู้บริหารโรงเรียน
การให้ความร่วมมือ: เมื่อคุณครูลงพื้นที่ “เยี่ยมบ้าน” เพื่อจัดเก็บข้อมูล สภาพความเป็นอยู่ รายได้ และภาพถ่ายที่พักอาศัย ขอให้ผู้ปกครองให้ข้อมูลตามความเป็นจริงเพื่อนำเข้าสู่ระบบคัดกรองความยากจน (PMT) ของ กสศ. อย่างถูกต้องแม่นยำ
แนวทางการเข้าร่วมโครงการสำหรับโรงเรียนและสถานศึกษา:
การดำเนินการผ่านระบบสารสนเทศ: โรงเรียนในสังกัดที่ร่วมโครงการ (สพฐ., อปท., ตชด., สช., พศ. และ กทม.) สามารถดำเนินการผ่าน “คู่มือปฏิบัติงานโครงการจัดสรรเงินอุนหนุนนักเรียนยากจนพิเศษแบบมีเงื่อนไข” และใช้งานระบบคัดกรองผ่านช่องทางดิจิทัลของ กสศ. โดยแต่งตั้งคณะกรรมการสถานศึกษาเพื่อรับรองข้อมูลนักเรียน
บทบาทสำคัญของบุคลากร: คุณครูในสถานศึกษาจะเป็นแกนหลักในการลงพื้นที่เยี่ยมบ้านผ่านระบบสารสนเทศเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (ระบบ iSEE) เพื่อคีย์ข้อมูลและคัดกรองเด็กนักเรียนที่มีเกณฑ์รายได้และสภาพครัวเรือนเข้าข่ายยากจนพิเศษ ส่งข้อมูลให้ กสศ. พิจารณาอนุมัติจัดสรรเงินทุนอุดหนุนในแต่ละภาคเรียนต่อไป
เบื้องหลังของตัวเลขความสำเร็จและโอกาสทางการศึกษาของเด็กๆ กว่า 1.39 ล้านคนในวันนี้ จึงเกิดจากพลังความเสียสละของครูไทยทั่วประเทศที่ร่วมเป็นสะพานบุญ เชื่อมโยงระบบคัดกรองอัจฉริยะเข้ากับความต้องการที่แท้จริง เพราะความเสมอภาคทางการศึกษา ไม่ใช่เพียงแค่การแจกทุน แต่คือการมอบโอกาสที่จำเป็นและทันเวลา เพื่อให้เด็กทุกคนสามารถเดินต่อบนเส้นทางการเรียนรู้ตามศักยภาพของตนเองได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน
ที่มาและศึกษาข้อมูลเพิ่มเติม https://www.eef.or.th/
ติดตามข้อมูลข่าวสารได้ที่ กสศ. กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา